ะไปเอาหลักฐานมาจากไหน?
เขากล่าวด้วยสีหน้าเย็นยะเยือกเล็กน้อย “หรือไต้ซือคิดจะสืบให้ถึงที่สุดจริงๆ?”
วัดกั่วเฉิงมีประวัติศาสตร์ยาวนาน รากฐานหยั่งลึก แต่สำนักจงโจวมีสถานะในโลกแห่งการบำเพ็ญพรตและแผ่นดินเฉาเทียนที่สูงกว่า อีกทั้งทั้งสองฝ่ายต่างก็มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาโดยตลอด
ตอนนี้สำนักจงโจวยอมเปิดเผยความขายหน้าของตัวเองอย่างไม่ลังเล ให้คำตอบที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ แต่สมณะตู้ไห่กลับไม่ยอมรับ นี่มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่?
สมณะตู้ไห่กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “เรื่องราวยังไม่กระจ่าง ย่อมต้องสืบต่อไป”
เยวี่ยเชียนเหมินกล่าวอย่างโมโหเล็กน้อย “เทพมังกรตายไปแล้ว พวกข้าเองก็ไม่คิดจะสืบสาวราวเรื่อง เหตุใดยังต้องสืบต่อไปอีก?”
“เมื่อวานอาตมาได้บอกกับเจ้ากรมจางไปแล้ว ชางหลงแปลงกายเป็นคุกสะกดมาร ทำให้เกิดแผ่นดินไหวก่อนจะตายไป นี่มิใช่เรื่องของสำนักจงโจวสำนักเดียว พวกประสกไม่คิดจะสืบสาวราวเรื่อง นั่นมิได้หมายความว่าเรื่องนี้จะจบลงเช่นนี้ ผู้อาวุโสเยวี่ยน่าจะยังไม่ลืม ฉานจึเคยรับปากจักรพรรดิแห่งหมิงเอาไว้ว่าจะสืบเรื่องนี้ให้กระจ่าง”
สมณะตู้ไห่มองดูเขาอย่างเงียบๆ พลางกล่าวว่า “ผู้ออกบวช….ไม่พูดโกหก”
เยวี่ยเชียนเหมินจ้องมองดูเขา มิได้กล่าวกระไรอีก จากนั้นหมุนตัวเดินจากไป
……
……
แสงอาทิตย์ยามเช้าสว่างขึ้นเรื่อยๆ หมอกในป่าค่อยๆ สลายหายไป ตัวแทนสำนักต่างๆ และเหล่าเจ้าหน้าที่มายังวัดไท่ฉางอีกครั้ง