บนใบหน้าของฉานจึเผยให้เห็นสีหน้าสงสาร กล่าวว่า “เรื่องในอดีตอาตมามิได้จัดการด้วยตัวเอง ตอนนี้มาคิดดูแล้ว เหมือนการจัดการของผู้อาวุโสรุ่นก่อนจะไม่ค่อยเหมาะจริงๆ แต่ว่า…”
บนท้องฟ้าที่อยู่สูงขึ้นไปพลันมีเสียงของนักพรตไป๋ดังขึ้นมา “มีอะไรไม่เหมาะ? ฉานจึโปรดระวังคำพูดด้วย”
เสียงของนางฟังดูค่อนข้างใสซื่อ แต่กลับแข็งกร้าวเป็นอย่างมาก แล้วก็ดูเย็นยะเยือก
บนท้องฟ้าเหนือเมืองเจาเกอพลันมีหิมะตกลงมา
เสียงที่เย็นยะเยือกยิ่งกว่านักพรตไป๋เสียงหนึ่งดังขึ้น
“ที่ไม่เหมาะนั้นมีมากมาย อย่างแรกเลยก็คือตอนที่สำนักจงโจวลงมือในครั้งนั้นได้เคยคิดถึงสำนักชิงซานของข้าหรือเปล่า?”
กระบี่สามฉื่อแหวกหิมะมาถึง ชายชราหน้าตาขึงขังที่ยืนอยู่บนกระบี่ผู้นั้นย่อมต้องเป็นกฎแห่งกระบี่ของชิงซาน หยวนฉีจิง
หยวนฉีจิงมองไปยังที่หนึ่งในท้องฟ้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย จากนั้นมองไปทางจักรพรรดิแห่งหมิง แต่กลับมิได้กล่าวอะไร
จักรพรรดิแห่งหมิงมองเขา ยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าว “เจ้าน่าจะได้ยินแล้ว ข้าบอกไปแล้วว่าหากต้องอยู่แบบนี้ สู้ตายไปเสียดีกว่า”
หยวนฉีจิงนิ่งเงียบไปคู่ ก่อนกล่าวว่า “แต่เจ้าก็อยู่มาหกร้อยปีแล้ว”
จักรพรรดิแห่งหมิงกล่าวว่า “ตายไปอย่างเงียบๆ กับตายไปในสถานการณ์เช่นนี้ย่อมต้องไม่เหมือนกัน”
วันนี้เมืองเจาเกอเกิดแผ่นดินไหว ยอดคนของเผ่าพันธุ์มนุษย์มารวมตัวกัน แต่กลับยังไม่อาจหยุดยั้งเขาจากการตายไปพร้อมกับบรรพจารย์ของสำนักจงโจวได้