ยวกันก็ดังออกมาจากผิวหนังด้านนอกด้วยเช่นกัน
มันเป็นเสียงฉีกขาด แล้วก็เป็นเสียงแยกตัว คล้ายกับเสียงตำหนักขนาดใหญ่กำลังพังถล่มลงมาอย่างช้าๆ
ฝุ่นควันค่อยๆ ร่วงตกลงมา ผู้คนที่อยู่รอบๆ วัดไท่ฉางถึงได้มองเห็นว่าร่างกายสีดำของมังกรแปรเปลี่ยนเป็นเรียวเล็กขึ้นมาเดิมอย่างมาก!
ภาพและเสียงเหล่านี้ทำให้พวกเขาเกิดความคิดที่ไม่ดีอย่างมากขึ้นมา
พวกเขาคล้ายมองเห็นมือขนาดใหญ่ทึ่เต็มไปด้วยรอยด้านสองข้างกำลังจับหัวและหางของงูสีดำ ก่อนจะออกแรงดึงมันออกไปทั้งสองด้าน!
บนโลกไม่มีมือยักษ์คู่ไหนที่จะจับหัวและหางของชางหลงเอาไว้ได้
อย่างน้อยทุกคนในที่นี่ก็คิดเช่นนี้
เช่นนั้นก็มีคำอธิบายเพียงหนึ่งเดียว
ในที่ใดที่หนึ่งใต้ดินมีพลังที่ยากจะจินตนาการได้กำลังดึงหางของชาวหลงเอาไว้
พลังสายนั้นอาจจะอยู่ที่ส่วนหางของชางหลง
แล้วก็เป็นส่วนที่ลึกที่สุดของคุกสะกดมาร
การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันทำเอาผู้คนพูดอะไรไม่ออก เยวี่ยเชียนเหมินและผู้บำเพ็ญพรตของสำนักจงโจวคนอื่นๆ ทั้งรู้สึกตกใจและโกรธแค้น กระโจนเข้าไปทางนั้นโดยไม่สนใจความหนาวเย็นและความสกปรกที่ไหลทะลักออกมาจากใต้ดิน
ราชองครักษ์จินและหนิวรู้ว่าในเวลานี้สำนักจงโจวโกรธอย่างมากแล้ว จึงมิได้ห้ามอีก
เยวี่ยเชียนเหมินมาถึงในส่วนลึกของซากปรักหักพังเร็วที่สุด จากนั้นมองลงไปยังใต้ดิน
……
……
หลิวอาต้าฟุบหมอบอยู่ในส่วนลึกของซากปรักหักพัง ซ่อนตัวอยู่ใต้แผ่นหิน
มันกำลังรอให้ชางหลงออกไ