ะบัญชาจึงมิใช่เขา หากแต่เป็นราชองครักษ์อีกคนหนึ่ง
“ลำบากท่านหนิวแล้ว”
ลู่กั๋วกงโน้มกายเล็กน้อยส่งราชองครักษ์หนิวขึ้นรถเมฆออกไปจากวัง เมื่อเห็นรถเมฆหายไปทางด้านนั้นของวังหลวง เขาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย
ราชองครักษ์สองคนออกหน้าพร้อมกัน ต่อให้เป็นเจ้าสำนักจงโจวมาเองก็น่าจะยื้อเวลาเอาไว้ได้สักพัก
“แจ้งสำนักอื่นๆ คุกสะกดมารเกิดเรื่อง ให้รีบมาช่วยเหลือ”
เสียงของฮ่องเต้ดังขึ้นอีกครั้ง
ลู่กั๋วกงมองฝ่าบาทอย่างตกใจ เรื่องที่จิ๋งจิ่วแอบเข้าไปในคุกสะกดมารเป็นเวลาสามปี ฝ่าบาทจะต้องทรงทราบอย่างแน่นอน การที่คุกสะกดมารเกิดการสั่นสะเทือนแปลกๆ ในวันนี้ เกรงว่าคงจะเกี่ยวข้องกับจิ๋งจิ่วเช่นเดียวกัน แต่เหตุใดฝ่าบาทถึงยังขอให้สำนักอื่นๆ มาช่วย หรือพระองค์ไม่กลัวว่าจิ๋งจิ่วจะถูกจับไป?
ฮ่องเต้กล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เขาอวิ๋นเมิ่งอยู่ใกล้เมิงเจาเกอมากเกินไป”
ลู่กั๋วกงเข้าใจในทันที เขาเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก รีบวิ่งเข้าไปในส่วนลึกของวัง เตรียมจะส่งหนังสือหาสำนักต่างๆ
พระสนมหูยืนอยู่ข้างๆ แต่กลับฟังบทสนทนาระหว่างลู่กั๋วกงและฝ่าบาทไม่เข้าใจ แต่นางคล้ายจะฟังออกว่าฝ่าบาททรงไม่ชอบสำนักจงโจว
การค้นพบอันนี้ทำให้นางค่อนข้างดีใจ แต่ที่มากกว่านั้นก็คือตกใจและไม่เข้าใจ
แต่ไหนแต่ไรมาราชวงศ์จิ่งมีความใกล้ชิดกับวัดกั่วเฉิง แต่ในด้านการปกครองกลับต้องพึ่งพาสำนักจงโจวและเรือนอี้เหมา
ในช่วงเวลาหลายปีที่นางเข้ามาอยู่ในวัง ฝ่