สำนักชิงซานและสำนักจงโจวแย่งชิงความเป็นผู้นำของฝ่ายธรรมะมาเป็นเวลาหลายปี ต่างฝ่ายต่างย่อมต้องคอยสังเกตดูวิชาของอีกฝ่าย ชายชรารู้จักพลังของกระบี่ชิงซานเป็นอย่างดี ดังนั้นในตอนที่จิ๋งจิ่วควบคุมกระบี่บินออกมาจากน้ำในบึง เขาก็มองออกทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นศิษย์ชิงซาน เมื่อครุ่นคิดอีกนิดก็พอจะคาดเดาถึงสถานะของจิ๋งจิ่วได้
“สำนักชิงซานส่งคนมาแอบพบจักรพรรดิแห่งหมิง หรือคิดจะติดต่อกับเผ่าหมิงอย่างนั้นหรือ?”
ชายชราแค่นหัวเราะพลางกล่าว “ก็จริง ในตอนนั้นหายนะผู้นั้นก็เคยติดต่อกับเผ่าหมิงมาก่อน นี่ถือเป็นประเพณีของสำนักชิงซานสินะ”
ข้อกล่าวหาว่าติดต่อกับเผ่าหมิง ไม่ว่าจะเป็นผู้บำเพ็ญพรตคนไหนก็ล้วนแต่ไม่อาจแบกรับได้
จิ๋งจิ่วไม่คิดจะพูดอะไรอีก เขานิ่งเงียบไปครู่ก่อนกล่าวว่า “ข้ามิใช่จัวหรูซุ่ย ในจุดนี้เจ้ารู้เอาไว้จะดีกว่า”
ชายชรากล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ข้าไม่สนว่าเจ้าเป็นใคร ข้าเพียงแต่รู้ว่าเจ้าเป็นศิษย์ชิงซาน แอบพบกับจักรพรรดิแห่งหมิงมีโทษถึงตาย ต่อให้เจ้าหนีออกไปได้ก็เช่นเดียวกัน บอกข้ามาว่าจุดประสงค์ที่เจ้ามาที่นี่คืออะไรและเจ้าทำอะไรไป ข้าจะไม่กินเจ้า อีกทั้งยังจะให้เจ้าได้อยู่ในคุกสะกดมารอย่างสบายๆ ด้วย”
ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ไม่มีทางปล่อยจิ๋งจิ่วหนีออกไปจากคุกสะกดมารได้ แต่สุดท้ายเขาก็ยื่นเงื่อนไขออกมา มีเงื่อนไขก็หมายถึงมีการเจรจา — มังกรชางหลงเป็นสัตว์เทพประจำสำนักจงโจว ฐานะสูงส่ง แต่กลับยอมมาเ