่างสายหนึ่งปรากฏขึ้นมาจากในโลกอันมืดมิด ถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง ตกลงมาตรงด้านหน้าหน้าผาราวตาข่ายผืนหนึ่ง จากนั้นหุบรวบขึ้นไป
จิ๋งจิ่วที่บินด้วยความเร็วสูงพลันหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ เขายังคงอยู่ในท่าทางชูกระบี่อยู่
พลังที่ไร้รูปร่างสายนั้นส่งผลอยู่บนร่างกายเขา ทำให้เสื้อผ้าบนร่างกายเขาเปลี่ยนรูปร่างเล็กน้อย ในร่างกายมีเสียงครึกดังขึ้นมา คล้ายกระดูกพร้อมจะหักลงทุกเมื่อ
พลังสายนั้นมาจากทุกทิศทาง ดังนั้นน้ำในบึงที่เปรอะเปื้อนอยู่บนร่างกายเขาจึงมิได้ร่วงตกลงไปราวสายฝน หากแต่ซึมลึกลงไปบนเสื้อผ้า กัดกินจนเป็นรู บ้างเล็กบ้างใหญ่
ผมที่เปียกชื้นเล็กน้อยห้อยตกลง เสื้อผ้าขาดวิ่น ท่าทางดูน่าขบขัน ไม่ว่าจะดูอย่างไร ตัวเขาที่อยู่ในภาพนี้ก็ดูกระเซอะกระเซิงน่าสงสาร
ชายชรายืนอยู่ริมผา สบตาจิ๋งจิ่วอย่างเงียบๆ
คนสองคนที่สภาวะแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน อย่างน้อยตอนนี้ก็อยู่ในระดับความสูงเดียวกัน
จิตใจก็เช่นเดียวกัน
จิ๋งจิ่วสงบนิ่ง ในดวงตาไร้ซึ่งความหวาดกลัว
ชายชราแปลกใจเล็กน้อย กล่าวถามว่า “เจ้าคือผีตัวนั้น?”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “เจ้าคือมังกรตัวนั้น?”
“รู้ว่าข้าเป็นใคร อีกทั้งไร้ซึ่งความหวาดกลัว ดูเหมือนจะไม่ธรรมดาจริงๆ ด้วย”
ชายชรากล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ข้าจะทำให้เจ้าถูกกินในสภาพที่ดีที่สุด เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อสำนักของเจ้า”
จิ๋งจิ่วรู้ว่านี่เป็นค่าตอบแทนที่ทำให้อีกฝ่ายยอมอยู่ในเมืองเจาเกอ
ค่าตอบแ