หลังกั้วตงกล่าวประโยคนี้ออกมา ภายในกระท่อมสวนผักเงียบเสียงไปครู่ใหญ่
ในอดีตเผยไป๋ฟ่าถูกเทียนจิ้นเหรินลอบทำร้าย พ่ายให้กับเทพกระบี่ซีไห่ สภาวะเสียหายอย่างรุนแรง เก็บตัวอยู่หลายปีกว่าสภาวะจะฟื้นกลับมา แต่กลับต้องมาถึงช่วงเวลาที่ตะเกียงชีวิตกำลังจะมอดดับลง
ถงเหยียนคาดการณ์ถึงสาเหตุนี้เอาไว้แต่แรกแล้ว จึงนิ่งเงียบมิกล่าวกระไร
เหอจานพลันกล่าวว่า “ข้าสามารถทำอะไรได้บ้าง?”
ในแผนการนี้มีถงหลูและซูจึเย่ ท่านเผยที่เป็นคนที่สำคัญที่สุดย่อมไม่อาจขาดได้ แต่แผนการนี้กลับไม่มีชื่อของเขา
ถงเหยียนที่เป็นวางแผนการนี้ถือว่าทำความดีความชอบแล้ว หรือว่าเขาไม่ต้องทำอะไร?
กั้วตงกล่าวว่า “เจ้าล้างท้องอยู่ในสำนักฌานเป่าทงมาครึ่งปี น่าจะสะอาดแล้ว เดี๋ยวตามข้าไปวัดกั่วเฉิงแล้วกัน”
หากเป็นเวลาปกติ เหอจานจะต้องร้องตะโกนว่าตัวเองไม่ต้องการเป็นพระอย่างแน่นอน แต่ในเวลานี้เขาเพียงแค่มองกั้วตงเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไร
สุดท้ายญาติก็ยังเป็นญาติ
ถงเหยียนคาดการณ์ได้ว่าหลังจากนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นกับเพื่อนของตน จึงยิ้มเล็กน้อยก่อนกล่าวลา
เขาออกไปจากสวนผักที่พักอาศัยมาเป็นเวลานาน เดินไปตามถนนเส้นเล็กที่ปูด้วยแผ่นหินลงไปจากภูเขา
เมื่อมาถึงริมหมู่บ้านที่มีหมอกบางๆ ปกคลุม เขาเหลียวกลับไปมอง ยังพอมองเห็นตัวหนังสือใหญ่ๆ สองตัวบนป้ายสำนักฌานเป่าทงได้ลางๆ
เขาครุ่นคิดอย่างเงียบๆ ท่านเผยกำลังแสวงหาความตาย แม้นเรื่องราวจะสำเร็จ แล้วจะไม่ต