เมื่อเดินไปถึงเรือนด้านข้างได้ไม่กี่ก้าว จิ๋งซางก็เลือกเอาเรื่องที่ตนเองคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญบอกกล่าวกับจิ๋งจิ่วเสียงเบาๆ อย่างเช่นขุนนางสองสามคนที่พยายามเข้ามาตีสนิทกับตนเอง เมื่อสองปีก่อนฝ่าบาทเคยเรียกตนเองไปเข้าเฝ้าครั้งหนึ่ง จากนั้นก็เป็นเรื่องที่หลายปีมานี้ตระกูลกู้ได้แอบส่งเงินมาที่นี่ไม่น้อย แล้วทุกปีกู้ชิงยังให้คนนำเอายาวิเศษมาส่งให้
จิ๋งจิ่วไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสองสามเรื่องแรก เขากล่าวว่า “เงินที่ตระกูลกู้ส่งมาสามารถใช้ได้ ยาเหล่านั้นก็กินได้”
มิได้เป็นเพราะความสัมพันธ์ของอาจารย์และศิษย์ หากแต่เป็นเพราะเขาไว้ใจกู้ชิง
จิ๋งซางรู้ว่าจิ๋งจิ่วชื่นชอบความเงียบ จึงส่งเขาที่หน้าประตูแล้วกลับไป
เมื่อผลักประตูห้องแล้วเดินเข้าไป จิ๋งจิ่วก็มองเป็นบุตรชายผู้สืบทอดของลู่กั๋วกงที่ยังเยาว์วัยผู้นั้น จึงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย กล่าวว่า “พ่อเจ้าล่ะ?”
ลู่หมิงกล่าวอย่างเคารพนอบน้อม “ท่านพ่อมีธุระออกไปข้างนอก ข้าได้แจ้งให้ท่านกลับมาแล้วขอรับ”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ข้าสงสัยนิดหน่อย ในเรือนกั๋วกงมีคนคอยรออยู่ตลอดเลยหรือ?”
—–รอให้หินกลมๆ หล่นลงมาทับเครื่องกระเบื้องอันล้ำค่านั้นจนแตก
ลู่หมิงกล่าวตามจริง “ท่านพ่อไม่ค่อยไปว่าราชการ ส่วนใหญ่มักจะอยู่ที่บ้าน ในช่วงปีแรกๆ ก็ถูกร้องเรียนอยู่บ่อยๆ ขอรับ”
ลู่กั๋วกงไม่ค่อยสนใจในเรื่องการเมือง ในเมืองเจาเกอต่างทราบกันดี เพียงแต่ไม่ว่าจะถูกโจมตีอย่างไร ฝ่า