ในคืนวันเดียวกัน
ยอดเขาซั่งเต๋อที่หนาวเย็นพลันมีความแห้งปรากฏขึ้นมาเล็กน้อย
แสงดาวสาดลงไปยังก้นบ่อน้ำ ส่องสว่างหมาดำ
ซือโก่วลืมตามองไปบนท้องฟ้า
สิ่งที่ร่วงลงมาตามแสงดาวมิใช่จิ๋งจิ่ว หากแต่เป็นไม้สีดำที่แฝงเอาไว้ด้วยพลังของสายฟ้าจำนวนห้าท่อน
นี่ก็คือของวิเศษของชิงซาน — ไม้วิญญาณอัศนี
เวลานี้สำนักชิงซานมีไม้วิญญาณอัศนีเพียงแค่หกท่อน ในนั้นมีอยู่ท่อนหนึ่งที่ยังไม่สมบูรณ์ ยังคงรับการชำระจากสายฟ้าบนยอดเขาปี้หูอยู่
ในตอนที่จิ๋งจิ่วและเจ้าล่าเยวี่ยไปอุ้มไป๋กุ่ยมาจากยอดเขาปี้หู พวกเขาได้เอาไม้วิญญาณอัศนีกลับมาด้วยห้าท่อน
นอกจากเจ้าสำนักและหยวนฉีจิงแล้วก็ไม่มีใครทราบเรื่องนี้ กระทั่งคนของยอดเขาปี้หูก็ไม่ทราบ
ซือโก่วก้มหน้าดมไม้วิญญาณอัศนีห้าท่อนที่ตกลงมาข้างกาย หลังนิ่งเงียบไปครู่ก็ใช้เท้ากวาดไม้ทั้งห้าท่อนมาไว้ด้านล่างร่างกาย แอบเอาไว้คล้ายกระดูกอย่างไรอย่างนั้น
……
……
รุ่งเช้าวันที่สอง บนยอดเขาเสินม่อ
กู้ชิงกล่าวว่า “รถม้าคันนั้นยังอยู่ที่วัดกั่วเฉิง ให้ข้าเรียกคนส่งมันกลับมาไหมขอรับ?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ไม่ต้อง แบบนั้นช้าเกินไป”
ครั้นกล่าวจบ เขาก็ยื่นมือไปจับแมวมาอุ้มเอาไว้ในอ้อมอก จากนั้นขึ้นไปนั่งบนกระบี่เหล็ก
กระบี่พาร่างกายเขาบินโคลงเคลงขึ้นไปบนท้องฟ้า
เจ้าล่าเยวี่ยมองดูร่างที่บินออกไปไกล ในใจรู้สึกแปลกๆ นางรู้สึกเหมือนเขาค่อนข้างรีบร้อน ไม่คล้ายเมื่อก่อนที่ดูใจเย็นเฉยชา หรือพูดอีกอย่างก็