ากใต้หมอนแล้วส่งให้อีกฝ่าย จากนั้นกล่าวขอคำชี้แนะว่า “พอจะช่วยข้าดูคัมภีร์บทนี้หน่อยได้ไหมว่าหมายความว่าอย่างไร?”
อินซานมองเขาเงียบๆ มองดูอยู่เป็นเวลานานจึงรับมา ในพริบตาที่สัมผัสเข้ากับผ้าชิ้นนั้น ปลายนิ้วของเขาสั่นขึ้นมาเล็กน้อยอย่างที่ยากจะสังเกตเห็นได้
คำนำของคัมภีร์บทนี้ก็คือดังที่เราได้สดับ แสดงให้เห็นว่านี่คือคัมภีร์ฌานของวัดกั่วเฉิง
อินซานมองดูคัมภีร์บทนี้ นิ่งเงียบไม่กล่าวกระไร ในใจเกิดความรู้สึกเสียใจเหลือประมาณ
—ตนเองเป็นคนไม่มีบุญจริงๆ ด้วย ไม่ว่าจะชีวิตที่แล้วหรือชีวิตนี้
คัมภีร์บทนี้มิใช่สิ่งที่เขากำลังตามหา แต่ด้วยความรู้อันลึกซึ้งของเขา เขาย่อมต้องมองออกถึงปัญหาของหลิ่วสือซุ่ยจากการที่ได้อ่านคัมภีร์
ที่แท้เจ้าเด็กนี่เจอปัญหาที่หนักหนาขนาดนี้เลยหรือนี่ มิน่าถึงต้องมาที่วัดกั่วเฉิง
“เป็นอย่างไรบ้าง?”
สีหน้าของหลิ่วสือซุ่ยค่อนข้างตื่นเต้น แต่เมื่อฉุกคิด เขาก็รู้ว่าตัวเองถามมากไป แล้วก็คิดมากไปด้วยเช่นกัน
มาตรว่าอีกฝ่ายจะอยู่ที่วัดกั่วเฉิงมาเป็นเวลานาน อ่านคัมภีร์ธรรมะมามากมาย แต่สุดท้ายเขาก็ยังเป็นเพียงคนงานที่อยู่ในห้องครัวเท่านั้น เขาจะอ่านคัมภีร์ที่ลึกซึ้งเช่นนี้เข้าใจได้อย่างไร
“ไม่ยากเท่าไร” อินซานกล่าว
ขณะที่หลิ่วสือซุ่ยเตรียมจะขอบคุณเขา แล้วจะลุกขึ้นส่งเขาออกไป ทันใดนั้นพลันได้ยินคำตอบนี้ จึงอดตกตะลึงไม่ได้
อินซานมองเขา ยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าวถามว่า “เจ้าอยากให้ข้