าอธิบายให้เจ้าฟังใช่ไหม?”
ภายในสวนผักเงียบสงัด
วันนี้แสงแดดกำลังดี
หิมะที่เกาะอยู่บนชายหลังคาเริ่มละลาย หยดลงไปบนผักกาดขาวที่เสียแล้วที่วางอยู่ใกล้ๆ ส่งเสียงดังเปาะแปะๆ
แม้จะมีหน้าต่างขวางกั้น แต่ก็ยังได้ยินเสียงนี้อย่างชัดเจน
หลิ่วสือซุ่ยได้สติขึ้นมา จึงกล่าวอย่างจริงจัง “โปรดชี้แนะด้วย”
อินซานเองก็ไม่เกรงใจ หยิบเก้าอี้มานั่งลง จากนั้นเริ่มอธิบายให้เขาฟัง
……
……
“จุดสำคัญของคำว่ามองใจใสกระจ่างอยู่ที่คำว่ามอง มองก็คือมุ่งไปสู่….”
“หากทุกคนเข้าใจ อริยสัจสี่ต้องว่างเปล่า ประโยคนี้มิอาจแปลตรงๆ ได้…”
“ไม่รู้ว่าคัมภีร์ที่เจ้าเรียนนี้หมายถึงอะไร แต่ประโยคที่ว่าไม่ตั้งใจเดินไปยังต้นไม้ผีทารกนั้นคือจุดสำคัญ”
เสียงของอินซานนุ่มนวล น้ำเสียงอ่อนโยน คล้ายสายลมในฤดูใบไม้ผลิก็มิปาน
เขาใช้คำพูดง่ายๆ แต่กลับอธิบายหลักการที่ซับซ้อนให้เข้าใจได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังเชี่ยวชาญในการใช้คำพูดเปรียบเปรย คล้ายกับอาจารย์ที่มากประสบการณ์ภายในโรงเรียนของหมู่บ้าน
หลิ่วสือซุ่ยท่องคัมภีร์นี้จนขึ้นใจแล้ว ความหมายของตัวหนังสือเองก็ล้วนแต่พอเข้าใจ รู้ว่าเป็นการอธิบายเกี่ยวกับสรรพสิ่งทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น เพียงแต่คัมภีร์ลึกซึ้งเกินไป มีรายละเอียดหลายๆ อย่างที่ไม่อาจมั่นใจได้ จึงไม่สามารถเข้าใจความหมายที่แท้จริงอันน่ามหัศจรรย์ของธรรมะที่แอบซ่อนอยู่ได้ ในเวลานี้เมื่อได้รับคำอธิบาย จึงเข้าใจอะไรหลายๆ อย่างขึ้นมาทันที