ถงเหยียนเองก็ตอบโดยไม่เหลียวหน้ากลับมา “ไม่ว่าจะเป็นใคร การจะสังหารอาจารย์ของตัวเองนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก เขาจะกระอักกระอ่วน กระวนกระวาย แต่อารมณ์เช่นนี้มันก็ดีอย่างมาก มันจะทำให้เจี้ยนซีไหลเข้าใจว่าเขาคือศิษย์ผู้น่าสงสารที่พบเจอเรื่องราวเลวร้ายบนโลก จนในที่สุดก็ล้มเลิกความคิดเพ้อฝันและกลับมายังสำนักใหม่อีกครั้งผู้นั้น เขาเหมือนกับหลิ่วสือซุ่ย เป็นคนจริงใจ เก็บซ่อนไม่เป็น ดังนั้นเขากลับเป็นคนที่เหมาะที่จะเป็นสายมากที่สุด ไม่อย่างนั้นป้าของเจ้าก็คงไม่พาเขาส่งมาที่นี่”
เหอจานกล่าวว่า “หาก…ถงหลูกลับคำจะทำอย่างไร?”
ถงเหยียนวางหมากที่อยู่ในมือ นิ่งเงียบไปครู่ ก่อนจะกล่าวว่า “คนอย่างพวกเรา ปกติจะทำเรื่องราวจนเสร็จแล้วค่อยนึกเสียใจภายหลัง”
กลับคำกับนึกเสียใจภายหลังนั้นเป็นสองคำที่แตกต่างกันโดยสินเชิง
“ถูกต้อง เหมือนอย่างลั่วไหวหนานนั่นแหละ”
ซูจึเย่กล่าวเย้ยหยันประโยคนี้จบ สีหน้าพลันขาวซีดขึ้นมา
เขารีบหยิบเอาของบางสิ่งจากในกล่องมากำเอาไว้ในมือ ร่างกายเริ่มสั่นเทิ้มขึ้นมา ยิ่งไปกว่านั้นยิ่งสั่นยิ่งรุนแรง ใบหน้าเริ่มบิดเบี้ยว คล้ายกำลังแบกรับความเจ็บปวดอย่างรุนแรง แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความสุข ทว่าในส่วนลึกของดวงตากลับมองเห็นถึงความเย็นชาจนถึงขีดสุด
นั่นเป็นกล่องที่กั้วตงทิ้งเอาไว้ให้ซูจึเย่ เหอจานนึกว่าเป็นยาถอนพิษ เขาเคยเห็นภาพเหตุการณ์เช่นนี้มาหลายครั้งแต่ก็มิได้ใส่ใจ จนกระทั่งวันนี