น่าจะเป็นเพราะได้รับการมอบหมายจากฉานจึ วัดกั่วเฉิงจึงจัดการเรื่องราวหลังจากนั้นได้อย่างเหมาะสมและเป็นความลับ
สมณะที่ทำหน้าที่ต้อนรับแขกที่เคยเจอหลิ่วสือซุ่ยกับเสี่ยวเหอจากมั่วชิวไปอย่างมีความสุข เขาเดินทางไปเป็นสมณะแพทย์อยู่ที่เมืองจวี้เย่ คอยสนับสนุนนิกายเฟิงเตา ภายในวัดกั่วเฉิงนอกจากฉานจึแล้วก็ไม่มีใครล่วงรู้สถานะของหลิ่วสือซุ่ยและเสี่ยวเหอ แม้แต่สมณะที่คอยจัดการเรื่องต่างๆ ภายในวัดซึ่งเป็นคนจัดการเรื่องพวกเขาก็ยังนึกว่าพวกเขาเป็นญาติของหัวหน้าอารามที่อยู่ด้านหลัง
หลิ่วสือซุ่ยไม่ได้ถูกจัดให้เป็นศิษย์ปุถุชน เพราะเช่นนั้นมันจะสะดุดตามากเกินไป ยิ่งไปกว่านั้นเสี่ยวเหอจะทำอย่างไร? บังเอิญมีสองสามีภรรยาที่ปลูกผักอยู่ในสวนด้านหน้าวัดกั่วเฉิงมาสามสิบปีถูกลูกชายที่สอบเป็นขุนนางได้สำเร็จพาไปอยู่ที่อำเภอด้วยกัน สวนผักแห่งนั้นเลยว่างลง จึงให้เขาและเสี่ยวเหอเข้าไปรับช่วงต่อได้พอดี
สภาพแวดล้อมที่เรียบง่าย โชคดีที่มีบ่อน้ำ จึงไม่จำเป็นต้องไปตักน้ำ ภายในห้องครัวก็สะอาดสะอ้าน เสี่ยวเหอค่อนข้างพอใจ
เสี่ยวเหอมองดูทิวทัศน์ที่เป็นสีเขียวที่อยู่ตรงหน้า ในใจครุ่นคิดว่าสมแล้วที่เป็นวัดกั่วเฉิงที่มีธรรมะคอยปกป้อง แม้นจะเป็นช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงแล้วก็ยังมีผักเยอะขนาดนี้
สำหรับเขาแล้ว การที่ต้องกลับมาใช้ชีวิตทำการเกษตรเหมือนตอนอยู่ในหมู่บ้านนั้นมิใช่เรื่องยากลำบากอะไร สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกทุกข์ใจจริงๆ ก็คือ