ซานจริงๆ เสียแล้ว”
นั่นเป็นเพราะมีบางคนในชิงซานต้องการทำให้ยอดเขาเสินม่อกลายเป็นปัญหา
ในสายตาของเสี่ยวเหอ รอยยิ้มของกู้ชิงมิได้ดูน่ารังเกียจแบบเมื่อครู่อีก หากแต่มีความมั่นใจในตัวเองและดูน่ารักขึ้นมา
……
……
หลังจากนั้นเก้าวัน แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาตามปกติ
แสงอาทิตย์ของยอดเขาซั่งเต๋อดูคล้ายจะรีบจากไปเร็วกว่าที่อื่น หลังพระอาทิตย์ตกดิน อุณหภูมิบนยอดเขาก็ลดลงอย่างรวดเร็ว ต้นสนตรงบริเวณหน้าผาค่อยๆ มีน้ำค้างแข็งจับตัว
เนื่องเพราะไม่ได้มาเยือนเป็นเวลาหลายปีแล้ว หยวนฉวี่จึงรู้สึกไม่ค่อยชินเท่าไรในตอนที่เดินย่ำไปบนหิมะบนทางขึ้นเขา แต่ว่าเส้นทางขึ้นเขาเหล่านั้นเขาจดจำได้อย่างแม่นยำ ใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็มาถึงที่พักของศิษย์ยอดเขาซั่งเต๋อ เขาเรียกศิษย์น้องอวี้ซานออกมา ไม่มีใครสังเกตเห็น
ศิษย์น้องอวี้ซานปัดน้ำแข็งออกจากเสื้อผ้าของเขาอย่างรักใคร่เอ็นดู ทันใดนั้นพลันคิดถึงอะไรบางอย่าง จึงรีบดึงเขาไปหลบยังสถานที่ที่รกร้างอย่างมากแห่งหนึ่งตรงด้านหลังหน้าผา ก่อนกล่าวถามด้วยสีหน้าวิตกกังวล “ท่านแอบมาที่นี่ทำอะไร? ถ้าคิดจะช่วยคน ไม่มีทางเป็นไปได้หรอกนะ”
หยวนฉวี่มองดูท่าทางที่ร้อนใจของนาง รู้สึกว่านางน่ารัก จึงจงใจพูดหยอกนางว่า “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ? ก็มีเจ้าคอยนำทางมิใช่หรือ?”
ศิษย์น้องอวี้ซานถลึงตาใส่เขาอย่างโมโหเล็กน้อย ก่อนกล่าวว่า “คิดอะไรอยู่น่ะ? ทางไปยังคุกกระบี่มีแค่อุโมงค์ที่ลึกและน่ากลัวอยู่ทางเดียว