สว่างไปบนร่างของสุนัขสีดำที่ตัวใหญ่ราวภูเขา
ผู้พิทักษ์แห่งชิงซาน ซือโก่ว
จิ๋งจิ่วลงไปข้างล่างตามแสงดาว
เขาย่อมมิได้ลงมาจากปากบ่อ หากแต่มาจากอุโมงค์ลับเส้นหนึ่งที่อยู่ตรงบริเวณหน้าผา
เขาลอยลงมายังพื้นด้านล่าง แขนเสื้อห้อยตกลงเหมือนใบบัว มิได้ส่งเสียงใดๆ
เขาไม่ได้หายใจ คล้ายว่าหัวใจมิได้เต้นด้วยเช่นกัน ไม่มีไอพลังแผ่ออกมาจากร่างกาย กระทั่งความรู้สึกของการมีอยู่ก็ไม่มี เป็นเหมือนดั่งก้อนหินที่ไม่มีชีวิตก้อนหนึ่ง
ถึงแม้จะเผชิญหน้ากับผู้บำเพ็ญพรตขั้นแหวกทะเล ขอเพียงอีกฝ่ายปิดตาลง เขาก็มั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่มีทางที่จะพบเห็นตัวเอง
แต่เขารู้ว่าซือโก่วจะต้องพบเห็นตัวเองแล้วอย่างแน่นอน
ซือโก่วเห็นคนตายมาแล้วมากมาย
ถึงแม้จะเป็นศพจริงๆ ที่ไม่มีอุณหภูมิร่างกายก็ยังไม่สามารถหลบหนีการรับรู้ของมันไปได้
ซือโก่วลืมตา สบตากับเขาอย่างเงียบๆ
แสงดาวตกกระทบไปบนร่างกายของพวกเขา
สายตาของซือโก่วสงบนิ่ง เหมือนมองไม่เห็นอารมณ์ใดๆ คล้ายกับบ่อน้ำเก่าที่ไม่มีระลอกน้ำกระเพื่อมเลยแม้แต่น้อย
มีเพียงจิ๋งจิ่วที่สามารถมองเห็นความรู้สึกอบอุ่นที่อยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของสายตามัน
ความรู้สึกอบอุ่นนั้นมิได้มีให้เขา หากแต่เป็นสิ่งที่มันมีอยู่แล้วตั้งแต่เกิด
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “หลายปีมานี้ลำบากเจ้าหน่อยนะ”
สายตาของซือโก่วยังคงเฉยชา
“เดิมข้านึกว่าเจ้าจะชอบเด็กนั่น แล้วก็ยอมสอนอะไรเขานิดหน่อย”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ตอนนี้มาคิดดูแล้ว ข้าที