การปรากฏตัวของเจี่ยนหรูอวิ๋น ทุกคนต่างรู้ว่าเป้าหมายจะต้องเป็นหลิ่วสือซุ่ยอย่างแน่นอน
แต่สิ่งที่ค่อนข้างเหนือความคาดหมายก็คือฟางจิ่งเทียนมิได้ถามคำถามด้วยตัวเอง หากแต่มอบอำนาจในการถามให้แก่ยอดเขาซั่งเต๋อ
ฉือเยี่ยนรับเอาเอกสารมาจากยอดเขาซีไหล กวาดตามองเล็กน้อย จากนั้นมองเจี่ยนหรูอวิ๋นพลางกล่าว “เจ้าบอกว่าหลิ่วสือซุ่ยมีความเกี่ยวข้องกับการตายของจั่วอี้แห่งยอดเขาปี้หูเมื่อสิบสามปีก่อนอย่างนั้นหรือ?”
……
……
ศิษย์ชิงซานต่างรอคอยฟังข่าวอยู่ด้านนอกตำหนัก
ในตอนที่รู้ว่าตนเองไม่อาจอยู่ที่ชิงซานได้ สีหน้าของเสี่ยวเหอพลันดูขาวซีด แต่นางก็มิได้เอ่ยอะไรออกมาแม้แต่ประโยคเดียว
หยวนฉวี่รู้สึกทนไม่ได้ เขากล่าวปลอบใจเสียงเบาๆ สองสามประโยค
กู้ชิงมองดูประตูตำหนักที่ยังปิดสนิท รอคอยข่าวร้ายที่อาจจะปรากฏออกมาอย่างเงียบๆ
ข่าวร้ายมาอย่างรวดเร็ว เหล่าศิษย์รู้เรื่องคำถามของผู้อาวุโสฉือเยี่ยน ศิษย์บางคนตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก ศิษย์บางคนรู้สึกสับสน
จั่วอี้แห่งยอดเขาปี้หู…คือใคร? ใต้ต้นสนมีเสียงพูดคุยซุบซิบดังขึ้นมาไม่ขาดสาย เมื่อมีศิษย์ในสำนักบางคนพูดย้ำเตือนขึ้นมา เหล่าศิษย์ถึงได้นึกถึงเรื่องนั้นขึ้นมาได้
ในอดีตยอดเขาปี้หูมีอาจารย์อาที่ชื่อจั่วอี้อยู่คนหนึ่ง บรรลุสภาวะขั้นมิประจักษ์ระดับสูง มีหวังที่จะบรรลุไปสู่ขั้นคเนจร จู่ๆ ในปีหนึ่งก็มาเสียชีวิตลง ศีรษะแยกออกจากศพ ถูกคนเอามาทิ้งเอาไว้ข้างลำธาร
เรื่องนี้เคยส