ร้างความตกตะลึงอย่างมากให้กับชิงซาน แต่เมื่อเวลาผ่านไป เหล่าศิษย์ที่มุ่งมั่นอยู่กับการบำเพ็ญเพียรก็ค่อยๆ ลืมเลือนเรื่องนี้ไป จนกระทั่งวันนี้จู่ๆ ก็ถูกคนพูดถึงอีกครั้ง
หลิ่วสือซุ่ยไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้อย่างไร?
ศิษย์ชิงซานส่วนใหญ่ต่างรู้สึกว่าข้อกล่าวหานี้ช่างไร้สาระยิ่งนัก แต่ศิษย์หลายคนกลับครุ่นคิดอยู่ในใจ กระทั่งลั่วไหวหนานหลิ่วสือซุ่ยยังฆ่าได้เลย…ถึงแม้จะว่ากันว่าเรื่องนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลัง แม้แต่สำนักจงโจวก็ยังไม่ติดใจเอาความ แต่…นั่นมันลั่วไหวหนานเลยนะ!
หลังจากนั้นเหล่าศิษย์ถึงได้รู้ว่าคนที่กล่าวหาหลิ่วสือซุ่ยก็คือเจี่ยนหรูอวิ๋น จึงรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก จากนั้นมองไปทางที่ี่ที่เหล่าศิษย์ยอดเขาเหลี่ยงว่างยืนอยู่
สีหน้าของกู้หานคร่ำเคร่งเป็นอย่างมาก หม่าหวาหรี่ตา รอยยิ้มที่มักจะพบเห็นได้บ่อยๆ บนใบพลันหายไป ให้ความรู้สึกเหมือนไม่อาจคาดเดาได้
ไม่ว่าจะเป็นกู้หานหรือว่าหม่าหวา ก็คล้ายกำลังจะบอกกลายๆ ว่าคำกล่าวหาของเจี่ยนหรูอวิ๋นนั้นมิได้ไร้สาระไปเสียทั้งหมด
หยวนฉวี่มองดูหม่าหวา ก่อนกล่าวอย่างไม่ค่อยสบายใจ “หรือว่าศิษย์พี่หม่ารู้อะไรมา?”
“รู้อะไรล่ะ แค่ฉลาดนิดหน่อยก็นึกว่าตัวเองรู้ไปเสียทุกเรื่อง คิดว่าตัวเองสามารถคาดเดาความคิดคนอื่นและความจริงได้ล่วงหน้า ช่างโง่เขลาจริงๆ”
กู้ชิงที่ปกติไม่กล่าวคำหยาบ ในเวลานี้กลับสบถคำหยาบออกมา
เขาไม่ชอบหม่าหวา
ในอดีตตอนที่เขาเป็นเด็กรับใช