นนี้ล่ะ? เจ้าน่าจะพูดได้แล้วใช่ไหม?”
หลิ่วสือซุ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “การตายของศิษย์พี่เจี่ยนหรูซานไม่เกี่ยวกับข้า”
เจี่ยนหรูอวิ๋นไม่หวั่นไหวกับคำพูดของเขา หากแต่กล่าวต่อว่า “ที่ข้าถามคือในคืนที่อาจารย์อาจั่วอี้ตาย เจ้าไปที่ไหนมา”
หลิ่วสือซุ่ยกล่าว “ข้าไม่อยากตอบคำถามนี้”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ภายในตำหนักมีเสียงฮือฮาดังขึ้นมา
ฉือเยี่ยนนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “หากไม่สะดวกที่จะพูดเรื่องความลับต่อหน้าทุกคน อย่างนั้นเจ้าไปพูดให้ข้าฟังในห้องก็ได้ หรือไม่ก็ไปพูดให้ท่านกฎกระบี่ฟังที่ยอดเขาซั่งเต๋อ ข้ารับรองว่าไม่มีทางแพร่งพรายไปให้คนอื่นล่วงรู้อย่างแน่นอน”
หลิ่วสือซุ่ย “ไม่ต้องขอรับ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนข้าก็ไม่อยากจะตอบคำถาม”
ฉือเยี่ยนจ้องมองดวงตาเขาพลางกล่าวว่า “ข้าขอรู้เหตุผลหน่อยได้ไหม?”
หลิ่วสือซุ่ยกล่าว “ข้าไม่อยากโกหกอีกแล้ว”
ในเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะในชิงซานหรือว่าปู้เหล่าหลิน เขาก็ล้วนแต่ใช้ชีวิตอยู่ในคำโกหกและการหลอกลวง
ไม่ง่ายเลยที่จะหลุดพ้นออกมาจากชีวิตแบบนั้นได้ เขาไม่อยากจะกลับไปใช้ชีวิตแบบนั้นอีก
บรรยากาศภายในตำหนักยิ่งรู้สึกแปลกขึ้นทุกขณะ
การที่หลิ่วสือซุ่ยไม่ยอมตอบคำถามนี้ตั้งแต่เริ่ม มันก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่ามีปัญหา ยิ่งไปกว่านั้นในเวลานี้เขาได้บอกออกมาแล้วว่าตัวเองไม่อยากจะโกหกอีกต่อไป
สายตาจำนวนมากต่างมองไปยังเจ้าล่าเยวี่ยและจิ๋งจิ่ว โดยเฉพาะจิ๋งจิ่ว
แต