ในตอนที่ต้วนเถียนเหลียนออกมาจากยอดเขาซั่งเต๋อ เขาออกมาอย่างเงียบๆ ไม่เป็นที่สังเกต แล้วก็ไม่ได้บอกใครด้วยว่าตนเองจะไปไหน
การที่จู่ๆ ฉือเยี่ยนมาปรากฏตัวอยู่นอกเมืองเจียนลี่นั้นดูแล้วค่อนข้างแปลกประหลาด นอกเสียจากว่าเขาตามตนเองมาถึงที่นี่
ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อครู่นี้เพิ่งจะมีศิษย์ชิงซานผู้หนึ่งตายอย่างน่าอนาถอยู่ในวัดร้างแห่งนี้ อีกทั้งมีความเกี่ยวข้องกับเผ่าหมิง แต่เขากลับบอกแค่ว่ากลับไปค่อยว่ากัน?
คำพูดนี้หมายความว่าอย่างไร? แล้วการที่จู่ๆ เจ้ามาปรากฏตัวอยู่ตรงนี้มันหมายความว่าอย่างไร?
ต้วนเหลียนเถียนมองดูฉือเยี่ยนอย่างเงียบๆ ต้องการคำอธิบายจากเขา
ฉือเยี่ยนไม่ได้กล่าวกระไร
หิมะที่ตกลงมาในวัดร้างพลันหนักขึ้นกว่าเดิม
คล้ายขนห่าน
ต้วนเหลียนเถียนสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ จึงกล่าวเสียงเบาลงว่า “ข้ามาเจียนลี่เพื่อสืบคดีหนึ่ง”
ฉือเยี่ยนยังคงไม่กล่าวกระไร เพียงแต่มองดูเขาอย่างเงียบๆ
ต้วนเหลียนเถียนส่งเสียงเหอะออกมา พายุหิมะพลันรุนแรงขึ้น
ผู้อาวุโสสองคนของยอดเขาซั่งเต๋อมาเผชิญหน้ากันในวัดร้างแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างไกลชิงซาน!
วัดร้างถูกทำลายลงทั้งหมด กำแพงหน้าต่างถล่มลงมา พายุหิมะโหมกระหน่ำเข้าไปในวัด เพียงครู่เดียวกองไฟก็ดับลง
ป่าที่อยู่นอกวัดเองก็มีหิมะตกลงมาเล็กน้อย กิ่งไม้หนักขึ้น สั่นไหวคล้ายจะหักลงมา พื้นหญ้าสีเขียวสลับเหลืองเองก็มีสีขาวแซมขึ้นมา
ตั๊