เหตุใดตอนนี้จู่ๆ ถึงมาสืบ?”
ต้วนเหลียนเถียนกล่าวอย่างหงุดหงิด “เวลาสิบกว่าปีนี้หลิ่วสือซุ่ยไม่อยู่ชิงซาน ข้าจะสืบได้อย่างไร?”
ฉือเยี่ยนเลิกคิ้วเล็กน้อยพลางกล่าว “เจ้ารู้ใช่ไหมว่าศิษย์หลานหลิ่วสร้างความดีความชอบให้กับชิงซานอย่างมาก?”
ต้วนเหลียนเถียนลังเลเล็กน้อย ก่อนกล่าวว่า “ข้าไม่ได้คิดมากขนาดนั้น ข้าเพียงแต่รู้ว่าตัวเองไม่ได้ดูผิด หลิ่วสือซุ่ยจะต้องมีความเกี่ยวข้องกับการตายของจั่วอี้อย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นเหตุใดต่อให้ต้องตายเขาก็ไม่ยอมบอกมาว่าคืนนั้นเขาไปที่ไหน? เขากำลังแอบซ่อนอะไรอยู่กันแน่?”
“ต่อให้ตายก็ไม่ยอมบอกงั้นหรือ ใช้คำได้ดีนี่”
ฉือเยี่ยนมองเขาพลางกล่าวด้วยสีหน้าเฉยชา “ตอนนั้นเจ้าคิดว่าเขาเป็นศิษย์ทรยศที่แอบกินตานปีศาจ และเรียนวิชาลับของพรรคมาร ดังนั้นจึงลงโทษเขาอย่างหนัก ตอนนี้เขากลับมาชิงซานอย่างมีเกียรติ กลายเป็นคนที่มีความดีความชอบ เจ้าเลยรู้สึกลนลานใช่ไหมล่ะ?”
ต้วนเหลียนเถียนสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย กล่าวว่า “แผนการที่เจ้าสำนักให้ยอดเขาเหลี่ยงว่างไปทำ ทั้งเจ้าและข้าต่างก็ไม่รู้ หรือจะให้ข้าเป็นคนแบกรับแต่เพียงผู้เดียว?”
ฉือเยี่ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ปัญหาอยู่ที่ว่าหลิ่วสือซุ่ยไม่มีวันลืมโทษที่เขาเคยได้รับเหล่านั้น ด้วยอนาคตของเขาในตอนนี้ เจ้าจะลนลานมันก็เป็นเรื่องสมควร”
ต้วนเหลียนเเถียนรู้สึกลนลานจริงๆ เขารีบกล่าวแย้งอย่างร้อนใจ “ข้าไม่ปฏิเสธว่ามีความคิดเช่น