ยอดเขาซั่งเต๋อ
ความผิดข้อต่อมาก็คือคดีนี้
ตามกฎของชิงซาน หากไม่ได้รับการเห็นชอบจากเจ้าสำนักหรือกฎแห่งกระบี่ ผู้ใดก็ตามที่สืบเจ้าแห่งยอดเขาล้วนแต่มีโทษถึงตาย
“เส้นสายของจั่วอี้ในเจวี่ยนเหลียนเหรินคือหลินหวงเหยียน นี่น่าจะเป็นข้อมูลที่เป็นความลับอย่างมาก ใครเป็นคนบอกเจ้า?”
ฉือเยี่ยนพลันถามขึ้นมา
ต้วนเหลียนเถียนไม่กล้าลังเลอีก เขาหยิบจดหมายฉบับหนึ่งส่งให้อีกฝ่าย
ฉือเยี่ยนรับเอาจดหมายฉบับนั้นมาอ่าน ก่อนจะกล่าวกับหยวนฉีจิงว่า “เหมือนกับจดหมายที่ตระกูลเจี่ยนได้รับ ไม่มีไอพลังหลงเหลือ ไม่สามารถตามรอยได้”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ในที่สุดต้วนเหลียนเถียนก็เข้าใจแล้วว่าเรื่องนี้มีปัญหา จึงเกิดความรู้สึกเสียใจ
……
……
“เจ้าเป็นคนฆ่าหลินหวงเหยียน?”
“หลังเจวี่ยนเหลียนเหรินสืบพบร่องรอยของเขาก็แจ้งข้า ตอนนั้นข้าออกจากสำนักจะไปฆ่าลั่วไหวหนานพอดี ก็เลยถือโอกาสฆ่าเขาไปด้วย”
“ทำไมถึงไม่บอกข้า?”
“ตอนนั้นเจ้ายังอยู่ในที่ราบหิมะ”
จิ๋งจิ่วมองเจ้าล่าเยวี่ยพลางกล้าว “เจ้ายังสืบอยู่?”
เจ้าล่าเยวี่ยก้มหน้าส่งเสียงอืมออกมา
หลายวันก่อนจิ๋งจิ่วยังคิดอยู่ว่านางรู้เรื่องกว่าหลิ่วสือซุ่ย ถูกตัวเองพากลับเข้ามาสู่เส้นทางที่ถูกต้อง แต่วันนี้ดูแล้วเหมือนจะเป็นตัวเองที่คิดมากไป
เขาถอนใจพลางกล่าว “ช่างวุ่นวายจริงๆ”
…………………………….