ตอนที่เจ้าสำนักและหยวนฉีจิงเดินทางไปยังทะเลตะวันตก เดิมนั่นคือโอกาสที่ดีที่สุดที่ฟางจิ่งเทียนจะได้ฆ่าคนปิดปาก แต่เขาไม่ได้ปรากฏตัว จะต้องเป็นเพราะมีคนบอกเขาอย่างแน่นอน
ในบรรดาคนที่จิ๋งจิ่วสงสัยนั้นมีเจ้าสำนักและหยวนฉีจิง แล้วก็มีไป๋กุ่ยอยู่ด้วย แต่เขาลืมผู้ที่มีสายตาดีที่สุดในยอดเขาทั้งเก้าของชิงซานผู้นั้นไป
เขาลูบป้ายไม้ไผ่ที่อยู่ในมือ ครุ่นคิดถึงเรื่องนี้
เจ้าล่าเยวี่ยคิดถึงว่าเจ้าแห่งยอดเขาซีไหลฟางจิ่งเทียนก็เป็นศิษย์ของคนผู้นั้น หลังนิ่งเงียบอยู่ครู่ก็ถามออกมาว่า “หากเจ้าบอกว่าผู้บำเพ็ญพรตมักจะรับศิษย์ในตอนที่อายุมากแล้ว เช่นนั้นเหตุใดนักพรตไท่ผิงถึงรับศิษย์เร็วขนาดนี้ อีกทั้งยังรับเอาไว้จำนวนมากขนาดนี้ด้วย?”
นี่เป็นครั้งแรกที่นางเอ่ยถึงชื่อนี้และเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชื่อนี้ออกมาต่อหน้าจิ๋งจิ่ว
นางอยากจะแสดงความใจเย็นและสุขุม แต่เสียงของนางกลับสั่นเครือเล็กน้อย
“ความคิดของคนผู้นั้นพิเศษอย่างมาก เขาไม่เคยเชื่อเรื่องกรรมอะไรพวกนั้นเลย แล้วก็ย่อมไม่มีทางกลัวด้วย เขาคิดว่าคนที่สามารถบำเพ็ญเพียรได้ก็ควรบำเพ็ญเพียร เขายังเชื่อเรื่องที่บอกว่าคนยิ่งเยอะก็ยิ่งมีพลังมาก ดังนั้นเขาจึงเริ่มรับศิษย์ตั้งแต่อายุยังน้อย…”
จิ๋งจิ่วชะงักไปเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อว่า “หากไม่เป็นเพราะเขาไม่สามารถจินตนาการถึงการสืบทอดทางสายเลือดของตัวเองได้ เกรงว่าเขาคงจะมีลูกไปหลายหมื่นคนแล้ว”
เจ้าล่าเยวี่ยไม่สาม