เมื่อหลายปีก่อนจิ๋งจิ่วก็ทราบเรื่องนี้แล้ว และเคยคุยกับพวกเขาด้วยตัวเอง ดังนั้นอารมณ์จึงยังดี อีกหลายปีกว่าวันนั้นจะมาถึง
เจ้าล่าเยวี่ยเดินไปยืนข้างเขา มองไปยังยอดเขาที่สูงที่สุดในทะเลเมฆลูกนั้น กล่าวเสียงเบาเล็กน้อย “อีกประมาณกี่ปี?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ไม่เกินร้อยปี”
เจ้าล่าเยวี่ยเข้าใจความหมายของเขา จึงแอบคำนวณอายุของกั้วหนานซานเงียบๆ พบว่าเหลืออีกแค่ไม่กี่สิบปีแล้ว
……
……
หลายวันหลังจากนั้น ผู้อาวุโสเยวี่ยเชียนเหมินแห่งสำนักจงโจวก็มาคุยธุระกับเจ้าแห่งยอดเขาซีไหลฟางจิ่งเทียน ก่อนจะพาศิษย์ที่ติดตามมาด้วยนั่งเรือเมฆกลับไป
สิ่งที่เหนือความคาดหมายของศิษย์ชิงซานก็คือจิ๋งจิ่วไม่ได้จากไป ไป๋เจ่าเองก็ไม่ได้อยู่ที่ชิงซาน
จากนั้นก็มีข่าวลือใหม่แพร่สะพัดไปในยอดเขาทั้งเก้า ทุกคนถึงได้รู้ว่าที่แท้จิ๋งจิ่วได้ปฏิเสธคำขอแต่งงานของสำนักจงโจวตรงๆ อย่างไร้เยื่อใย
คำว่าปฏิเสธตรงๆ และไร้เยื่อใยสองคำนี้ เห็นได้ชัดว่ามีคนจงใจแต่งเติมเข้าไป
คนผู้นี้ย่อมต้องอยู่ในยอดเขาเสินม่อ เช่นนั้นก็ง่ายแล้ว หากเขามิได้แซ่กู้ก็ต้องแซ่หยวน
ศิษย์ชิงซานรู้สึกตกใจ แต่พอมาคิดๆ ดูแล้วก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา นี่สิถึงจะเป็นนิสัยของอาจารย์อาเล็ก
เหล่าหญิงสาวในยอดเขาชิงหรงต่างดีใจ อาศัยเหตุผลว่าฤดูร้อนกำลังจะจากไป จัดงานเลี้ยงไป๋ฮวาขึ้นมา
เหล่าผู้ดูแลไปเอาสุราเลิศรสมาสองร้อยถังและผลไม้สดใหม่อีกสิบกว่าตะกร้ามาจากยอดเขาซื่อเย