วี่ย
พอตกกลางคืน แสงดาวส่องสว่างหน้าผา ลมฤดูใบไม้ร่วงที่กำลังจะมาถึงพัดผ่านศาลาต่างๆ
เหล่าหญิงสาวกินผลไม้ ร่ำสุราเลิศรส หัวเราะเฮฮา บางร้องเพลงบ้างเต้นรำ มีความสุขยิ่งนัก
หลังเติมสุราไปสามสิบรอบ เหล่าหญิงสาวที่ไม่ได้ใช้ปราณกระบี่ขับเอาฤทธิ์สุราออกไปก็เริ่มเมามาย มิได้ร้องเพลงเต้นระบำอีก หากแต่เริ่มพูดคุยความในใจและเล่าเรื่อง
ความในใจก็คือเรื่องน่าปวดหัวในการบำเพ็ญเพียร ส่วนเรื่องที่เล่าก็คือเรื่องราวทั้งเก่าและใหม่ในยอดเขาทั้งเก้าและในโลกบำเพ็ญพรต
สิ่งที่พวกนางคุยกัน หลักๆ แล้วย่อมต้องเป็นเรื่องระหว่างจิ๋งจิ่วและไป๋เจ่า เมื่อคิดถึงภาพไป๋เจ่าในวันนั้นที่ดูเหมือนสุขุม แต่ความจริงแล้วกลับค่อนข้างโดดเดี่ยว ไม่รู้เพราะเหตุใด ความรู้สึกยินดีก่อนหน้านี้จึงค่อยๆ เปลี่ยนไปกลายเป็นความอ้างว้างโดดเดียว บริเวณหน้าผาค่อยๆ เงียบลง
ศิษย์หญิงที่ดื่มสุราไปเยอะมาจนใบหน้าแดงก่ำผู้หนึ่งพูดจาติดๆ ขัดๆ ขึ้นมา “ความรักที่ให้ไป…ล้วนสูญเปล่า”
ศิษย์หญิงผู้หนึ่งถอนใจพลางกล่าวว่า “ช่วงเวลาดีๆ มักจะถูกหมางเมิน”
ศิษย์หญิงอีกคนหนึ่งกล่าวเตือนขึ้นมา “วันนี้คือกลางฤดูใบไม้ร่วง”
ศิษย์หญิงผู้นั้นกล่าวเสียงแผ่วเบาว่า “ฤดูใบไม้ร่วงถูกหมางเมินได้หรือ?”
ในอากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายความผิดหวัง
พวกนางมองไปยังยอดเขาที่อยู่ใกล้ที่สุดลูกนั้น
ภายใต้แสงดาว ยอดเขาเสินม่อยิ่งดูโดดเดี่ยว
หนานว่างเองก็กำลังดื่มสุราอยู่
นางอยู่บนยอดเข