หลิ่วสือซุ่ยอย่างเงียบๆ
จู่ๆ ต้วนเหลียนเถียนแห่งยอดเขาซั่งเต๋อก็เดินทางออกไปจากชิงซาน นี่ทำให้บางคนได้กลิ่นแปลกๆ บางอย่าง
กั้วหนานซานที่นิสัยอ่อนโยนยังรู้สึกโกรธขึ้นมา ถกเถียงอย่างรุนแรงกับยอดเขาซีไหล
ไม่ว่าจะเป็นการบังคับใช้กฎสำนัก การมอบรางวัลหรือลงโทษศิษย์ในสำนักล้วนแต่เป็นเรื่องของยอดเขาซั่งเต๋อ แต่ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับคนต้องผ่านยอดเขาซีไหลก่อน
เรื่องที่เกี่ยวกับคนก็คือทุกเรื่อง
สาเหตุที่สองเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลิ่วสือซุ่ยจัดการได้ไม่สำเร็จ ล้วนเป็นเพราะถูกยอดเขาซีไหลขัดขวางเอาไว้
ยอดเขาซีไหลที่อยู่เงียบๆ มาสองร้อยปี แต่มาวันนี้จู่ๆ กลับแสดงอำนาจของตัวเองออกมาด้วยการเผชิญหน้ากับยอดเขาเทียนกวง
ในที่สุดทุกคนในชิงซานก็คิดขึ้นมาได้ว่าฟางจิ่งเทียนเจ้าแห่งยอดเขาซีไหลที่ดูเหมือนคนปกติธรรมดาทั่วไป เดิมทีนั้นเป็นยอดคนอันดับสามของสำนักชิงซาน
กู้ชิงไม่รู้ว่าเหตุใดฟางจิ่งเทียนถึงทำเช่นนี้
แต่เขาพลันคิดถึงวันที่มีแรงกดดันอันรุนแรงถาโถมมายังยอดเขาเสินม่อในวันนั้น….มิใช่วันที่ไป๋เจ่ามาครั้งนั้น
ในตอนนั้นเขาและหยวนฉวี่คาดเดาว่ายอดฝีมือที่แอบซ่อนอยู่ในเมฆน่าจะเป็นฟางจิ่งเทียน
กู้ชิงรู้สึกกังวลใจ เขาไม่อาจทนต่อไปได้ จึงเดินมายังริมผา กล่าวกับจิ๋งจิ่วกว่า “อาจารย์ ข้ารู้สึกว่าเรื่องนี้ท่านควรจะทราบ”
จิ๋งจิ่วมองดูเม็ดทรายที่อยู่ในจานกระเบื้อง ก่อนกล่าวโดยไม่เงยหน้าว่า “ข้ารู้”
กู้ชิงตกตะลึง ในใจ