ครุ่นคิดว่าข้าไม่ได้หมายความเช่นนี้
……
……
ยอดเขาซีไหล
หลิ่วสือซุ่ยหมุนตัวเดินจากมาอย่างเงียบๆ
วันนี้ยังคงไร้ผล
ฟางจิ่งเทียนไม่ยอมพบเขา
ศิษย์ยอดเขาซีไหลส่งเขามาถึงริมผา ก่อนจะเหลียวหน้ากลับไปมองดูประตูตำหนักที่ปิดสนิท รู้สึกไม่เข้าใจเช่นกัน
ในส่วนลึกของตำหนัก ฟางจิ่งเทียนเอามือไพล่หลังมองออกไปนอกหน้าต่าง
ลมพัดเข้ามา
คิ้วสีเงินสองเส้นพลิ้วไหว
ดูคล้ายเทพเซียน
ลึกล้ำมิอาจประมาณ
ไหนเลยจะยังดูเป็นคนธรรมดาเหมือนในเวลาปกติ
เวลาที่ไม่มีใคร เขาไม่จำเป็นต้องปิดบังตัวเองอีก
เขาตัดสินใจ เหยียบอากาศทะยานออกไป เดินออกมาด้านนอกหน้าต่าง จากนั้นร่วงตามลมลงไป คล้ายใบไม้ร่วงใบแรกของฤดูใบไม้ร่วง
ด้านหลังตำหนักบนยอดเขาซีไหลคือผาหินที่ลาดชันเป็นอย่างมาก ด้านล่างคือหมอกที่หนาทึบ
ฟางจิ่งเทียนร่วงลงไปในหมอก
ภายในหมอกมีเสาหินแท่งหนึ่ง
มีน้อยคนที่จะรู้ว่าเสาหินแทงนี้เชื่อมระหว่างยอดเขาซีไหลกับยอดเขาซื่อเยวี่ยเอาไว้
รอบเสาหินยังคงเป็นหมอก ลึกจนมองไม่เห็นเบื้องล่าง
ภายในหมอกมีไอพลังจางๆ แผ่กระจายออกมา
ไอพลังสายนั้นมิได้แข็งแกร่งแต่อย่างใด แต่กลับมีความรู้สึกชั่วร้ายแปลกๆ ดูลี้ลับและเย้ายวนใจเป็นอย่างมาก
ต่อให้เป็นศิษย์ขั้นมิประจักษ์ หากขี่กระบี่อยู่ในหมอกนี้ จะต้องถูกพลังสายนี้รุกล้ำเข้าไปในโอสถกระบี่แล้วตกลงไปตายแน่
คิ้วสีเงินของฟางจิ่งเทียนพลิ้วไหว เมฆหมอกขยับเบาๆ กระจายตัวออกไปบางส่วน เผยให้เห็นพื้นผิวของเสา