นกันแน่?” ซูจึเย่ถาม
ไป๋เจ่ากล่าว “เรื่องที่ไม่ควรถาม ก็อย่าถาม”
ซูจึเย่ยิ้มเล็กน้อย คล้ายใบไม้สีเขียวถูกลมพัด มองดูถนนของเมืองกุ้ยอวิ๋นที่อยู่นอกหน้าต่างพลางกล่าวว่า “ในอดีตลั่วไหวหนานถูกคนฆ่าตายที่นี่ เจ้าน่าจะรู้ดีว่าถงเหยียนทำเพื่อล้างแค้นให้เจ้า”
ไป๋เจ่ากล่าว “เจ้าอยากพูดอะไร?”
“ลั่วไหวหนานตายไปแล้ว ถงเหยียนทรยศ สถานการณ์ทางชิงซานเองก็มิได้ดีเท่าไร พวกเจ้าสองสำนักได้ชื่อว่าเป็นผู้นำแห่งฝ่ายธรรมะ ตอนนี้ดูเหมือนจะวุ่นวายกว่าฝ่ายอธรรมอย่างพวกข้าเสียอีก”
ซูจึเย่ดึงสายตากลับมา มองดูนางพลางกล่าวว่า “เจ้าเคยคิดบ้างหรือไม่ว่านี่เป็นเพราะอะไร?”
……
……
จริงอยู่ที่ที่ชิงซานค่อนข้างวุ่นวาย แต่จิ๋งจิ่วกับเจ้าล่าเยวี่ยยังไม่รู้
เมื่อกลับมายังยอดเขาเสินม่อ จิ๋งจิ่วได้เอากระบี่คมจักรวาลโยนให้กู้ชิง กล่าวว่า “ตอนจะไปค่อยเอาให้ข้า”
เจ้าล่าเยวี่ยมองดูเขา ในใจครุ่นคิดว่านี่จะไปไหนอีก? นี่ไม่เหมือนกับนิสัยท่านเลย หรือว่าโครงกระดูกของนักพรตไท่ผิงที่อยู่ในคุกกระบี่จะทำให้ท่านรู้อะไรเข้า?
กู้ชิงรับเอากระบี่คมจักรวาลมา พบว่าความรู้สึกเย็นยะเยือกและความว่างเปล่าบนกระบี่ลดน้อยลงไป หรือพูดอีกอย่างก็คือความรู้สึกนั้นได