สองคนนั้น
ไป๋เจ่ากล่าวว่า “พวกเขาจะทำอะไร?”
ซูจึเย่กล่าวว่า “หลังสำนักกระบี่ซีไห่ถูกทำลาย เส้นปราณวิญญาณจะเป็นของสำนักเสวียนอิน”
ไป๋เจ่ากล่าว “บนโลกไม่มีใครมีค่าเท่ากับเส้นปราณวิญญาณ”
ซูจึเย่กล่าว “ในอดีตถงเหยียนเคยรับปากข้าว่าจะแบ่งเส้นปราณวิญญาณจากเขาคุนหลุนให้ข้าเส้นหนึ่ง ตอนนี้ข้าแค่เพียงเปลี่ยนตัวเลือกนิดหน่อยเท่านั้น ในเมื่อสำนักจงโจวมองว่าตัวเองเป็นผู้นำฝ่ายธรรมะ หรือว่าพวกเขายังกล้าไปยืดครองเส้นปราณวิญญาณของซีไห่มาเป็นของตนเองอีก?”
ไป๋เจ่ายิ้มเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “เจ้าเพิ่งจะบอกว่าเจ้ามิใช่นายน้อยของสำนักเสวียนอินตั้งนานแล้ว สำนักเสวียนอินมิได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับเจ้า”
ซูจึเย่กล่าวว่า “หากจัดการเรื่องนี้ให้ดี สำนักเสวียนอินย่อมต้องกลับมาเป็นของข้าใหม่”
ไป๋เจ่าพลันถามว่า “เกี่ยวกับเรื่องที่วัดกั่วเฉิงไหม?”
ซูจึเย่กล่าวว่า “คนแก่เหล่านั้นใช้แค่เพียงนิ้วเดียวก็สามารถบี้พวกเราให้ตายได้แล้ว พวกเราแค่ทำหน้าที่ส่งสารก็พอ เรื่องอื่นไม่ต้องไปถาม”
ไป๋เจ่ากล่าว “วางใจได้ ข้าไม่มีทางเอาเรื่องนี้ไปบอกคนอื่น”
ซูจึเย่กล่าว “รวมไปถึงจิ๋งจิ่ว”
ไป๋เจ่ามองดูเขา มิได้กล่าวกระไร
“เกิดเรื่องอะไรกับถงเหยีย