หน้าของเขาไม่เคยจริงจังเหมือนอย่างในเวลานี้มาก่อน
เจ้าล่าเยวี่ยนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ในขณะที่กำลังจะเตรียมคัดค้าน นางพลันได้ยินคำพูดประโยคต่อไปของจิ๋งจิ่ว
“ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้มันยุ่งยากหรือ?”
นางไม่รู้ว่าควรจะตอบรับประโยคนี้อย่างไร จึงไม่คิดเรื่องนี้อีก จากนั้นกล่าวถามว่า “นางยังมีเรื่องอื่นอีกอย่างนั้นหรือ?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “เขาอวิ๋นเมิ่งเชิญข้าไปร่วมงานฉลองเปิดสำนักสามหมื่นปี”
เจ้าล่าเยวี่ยครุ่นคิดในเมื่อไป๋เจ่าเป็นคนพูด เช่นนั้นก็น่าจะเป็นคำเชิญของเจ้าสำนักจงโจว จึงอดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ ในใจครุ่นคิดว่ายอดคนท่านนั้นคิดจะทำอะไรกันแน่?
“เริ่มร้อนใจกันแล้ว”
จิ๋งจิ่วมองดูทะเลเมฆที่ค่อยๆ จมลงไป ก่อนจะเผยให้เห็นสีหน้าทอดถอนใจที่ยากจะพบเห็นได้
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวถามว่า “ใครกำลังร้อนใจ?”
“ปลายสุดของเวลาคือเส้นที่ไม่อาจก้าวข้ามไปได้ ความร้อนใจและความกระวนกระวายใจมักจะมาจากตรงนี้”
จิ๋งจิ่วดึงสายตากลับมา มองดูนางพลางกล่าวว่า “ย่อมต้องเป็นคนที่ใกล้ตายเหล่านั้นที่กำลังร้อนใจ”
ครั้งนั้นตอนที่อยู่ในเมืองเจาเกอ จิ๋งจิ่วเคยเล่าเรื่องของโลกบำเพ็ญพรตและโลกปุถุชนให้เจ้าล่าเยวี่ยฟังมากมาย ในช่วงเวลาหลายปีมานี้ก็มีพูดถึงบ้างเล็กน้อย
เจ้าล่าเยวี่ยเข้าใจความหมายของเขา สีหน้าจึงแปรเปลี่ยนเป็นคร่ำเคร่งขึ้นมา
เหตุใดเจ้าสำนักชิงซานถึงเพิ่งจะรับกั้วหนานซานเป็นศิษย์เมื่อหลายสิบปีก่อน เหล่าศิษ