ะบี่ซีไห่นั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก แต่เขาก็ยังรู้สึกหงุดหงิด
เขามองถงเหยียนพลางกล่าว “ไม่ว่าจะเป็นสำนักจงโจวของพวกเจ้าหรือว่าชิงซานก็ล้วนแต่โคตรน่าเบื่อเลย”
ถงเหยียนยังคงก้มหน้า เขากล่าวเสียงเบาๆ ว่า “เดิมพวกคนแก่ก็ไม่ได้มีเรี่ยวแรงอะไรอยู่แล้ว”
ซูจึเย่ได้ยินพวกเขาคุยถึงอาจารย์พวกเขาอย่างไม่เกรงใจ จึงรู้สึกสนุก ยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าวถามว่า “พวกเจ้าเป็นอะไรกัน?”
เหอจานเลิกคิ้วขึ้นมาพลางกล่าวว่า “กลุ่มลับที่รวมตัวขึ้นมาจากศิษย์หนุ่มสาวของสำนักต่างๆ?”
บนใบหน้าของซูจึเย่มีสีหน้าที่คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม เขารู้สึกขบขันและรู้สึกหวาดกลัว
เหอจานผายมือ “ข้าไม่รู้ว่าเรียกแบบนี้มันถูกต้องหรือไม่ ตอนนั้นข้าเข้าร่วมการประลองวิถีพรตเป็นครั้งแรกแล้วก็เป็นครั้งสุดท้าย ในคืนหนึ่งทุกคนมารวมตัวดื่มสุรากินเนื้อกัน ดื่มกันค่อนข้างหนัก คุยกันก็ค่อนข้างมากเช่นกัน แล้วจู่ๆ จากนั้นก็คุยถึงเรื่องนี้ขึ้นมา เจ้าอย่ามองข้า ข้าแค่บังเอิญไปอยู่ตรงนั้นพอดี มิได้เกี่ยวข้องลึกซึ้ง อย่างมากก็เป็นแค่สมาชิกห่างๆ คนหนึ่ง ความจริงหากมิเป็นเพราะข้ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับถงเหยียน เกรงว่าพวกเขาคงจะฆ่าข้าปิดปากไปนานแล้ว”
ซูจึเย่กล่าวถามว่า “อย่างนั้นพวกเจ้า หรือพูดอีกอย่างคือพวกเขาคิดจะทำอะไร?”
ทั้งๆ ที่ถงเหยียนเล่นหมากล้อมอยู่ริมหน้าต่าง อยู่ห่างจากเขาค่อนข้างใกล้ แต่เขาก็ยังถามเหอจาน
เหอจานมองถงเหยียน ยิ้มพลางกล่าวว่า “เรื่อง