อกนามของเจ้ามา”
ไอพลังของดรุณีชุดขาวผู้นั้นกระจ่างใสเป็นอย่างมาก เห็นได้ชัดว่าวิชาที่นางฝึกคือวิชาของสำนักฝ่ายธรรมะ น่าจะเป็นคนของฝ่ายธรรมะ
แต่เพราะการกระทำของนาง กู้พ่านและเหล่าทหารม้าของกองทัพเสินเว่ยจึงยังมีทีท่าระมัดระวัง
ดรุณีชุดขาวกล่าวว่า “เจ้าไม่ต้องรู้ว่าข้าเป็นใคร แต่เจ้าน่าจะรู้เป้าหมายของข้า”
ใบหน้าของกู้พ่านถูกหมวกเหล็กปกปิดเอาไว้ ดวงตาที่ปรากฏออกมาด้านนอกดูคร่ำเคร่ง
หรือเป้าหมายของอีกฝ่ายจะเป็นกระบี่ที่อยู่บนหลังตน?
ครั้งนี้เป็นภารกิจลับสุดยอด นางไปรู้เรื่องนี้มาจากไหน?
ดรุณีชุดขาวรู้ว่าทหารม้ากองทัพเสินเว่ยเหล่านี้ไม่มีทางมอบกระบี่ให้ จึงมิได้กล่าวกระไร มือขวาวางไปบนกู่เจิง นิ้วชี้ตวัดเบาๆ
ผึ่ง
เสียงกู่เจิงดังขึ้น
หนานเจิงที่อยู่ด้านหลังมองเห็นอย่างชัดเจน ดรุณีชุดขาวนางนี้น่าจะไม่เคยใช้กู่เจิงมาก่อน ที่นางใช้คือวิธีดีดของกู่ฉิน ยิ่งไปกว่านั้นยังดูติดขัด เรียกได้ว่าเก้ๆ กังๆ คล้ายกับผู้ที่เพิ่งหัดเล่น แต่เสียงกู่เจิงนี้…กลับดังกังวานเป็นยิ่งนัก ต่อให้เป็นเสียงของลูกนกเฟิ่งหวงก็มิอาจเทียบได้
ยิ่งไปกว่านั้นเหตุใดเสียงกู่เจิงนี้ถึงได้มีกลิ่นอายแห่งการฆ่าฟันที่รุนแรงถึงเพียงนี้?
ทหารม้าของกองทัพเสินเว่ยเหล่านั้นเป็นคนธรรมดา ฟังไม่ออกถึงความน่ากลัวของเสียงกู่เจิงนี้
แต่ม้าที่พวกเขาขี่อยู่กลับรับรู้ได้อย่างชัดเจน พวกมันดูร้อนใจกระสับกระส่ายเป็นอย่างมาก รีบเหลียวหน้าห้อตะบึง