าของปู้เหล่าหลิน ข้าให้เวลาเจ้าสามอึดใจ ยอมจำนนซะ”
หัวหน้าทหารม้าผู้นี้ก็คือกู้พ่านที่เมื่อตอนกลางวันพาลูกน้องไปตามหากระบี่
ระหว่างทางที่กลับมา เดิมเขาไม่อยากให้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น แต่ในเมื่อมาเจอกับมือสังหารของปู้เหล่าหลิน เขาก็ไม่อาจจากไปแบบนี้ได้เช่นกัน
หนานเจิงย่อมไม่มีทางยอมจำนน แล้วก็ไม่คิดที่จะรอให้อีกฝ่ายนับเวลาจนครบสามอึดใจ มือขวาของนางยื่นไปหาขวดรกร้างที่ห้อยอยู่ตรงเอว
นางไม่เคยเรียนคัมภีร์วิชาลับของสำนักเสวี่ยหมัว จึงไม่สามารถใช้พลังของขวดรกร้างได้อย่างเต็มที่เหมือนอย่างอวี้ปู้ฮวน แต่ถ้าใช้ป้องกันทหารม้าเหล่านี้น่าจะไม่มีปัญหา
ในขณะที่นิ้วมือของนางใกล้จะถึงขวดรกร้าง ทันใดนั้นตรงหน้าผาพลันมีลมสายหนึ่งพัดขึ้นมา
เห็นได้ชัดว่าเป็นค่ำคืนที่มีหมอกช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ แต่สายลมกลับหนาวเย็นเป็นยิ่งนัก
ในสายลมไม่มีอุณหภูมิ แล้วก็ไม่มีความชื้น
มีคนผู้หนึ่งปรากฏขึ้นข้างกายนางหลังสายลมพัดผ่านไป ก่อนจะยื่นมือไปหยิบเอากู่เจิงหยกที่อยู่ด้านหลังของนางมา จากนั้นเดินไปหน้าทหารม้าเหล่านั้น
หนานเจิงตกตะลึงเป็นยิ่งนัก พลังของคนผู้นี้มิได้แข็งแกร่งอะไร เช่นนั้นเหตุใดตอนที่อีกฝ่ายเอากู่เจิงหยกไป ตนเองถึงไม่สามารถแม้แต่จะคิดต่อต้าน?
คนผู้นั้นคือดรุณีสวมใส่ชุดสีขาวผู้หนึ่ง บนใบหน้ามีผ้าแพรสีขาวปิดเอาไว้ ผ้าแพรสีขาวโบกสะบัดตามสายลมอย่างแผ่วเบา เผยให้เห็นใบหน้าที่ดูธรรมดา
กู้พ่านกล่าวเสียงขึงขัง “บ