ง เปล่งเสียงที่ดังกังวานออกมา เสียงกู่เจิงที่ไร้รูปร่างกระจายออกไปรอบๆ ตัดไอหมอกที่หนาทึบ
ฉัวะๆๆๆ
เสียงทึบๆ หลายเสียงดังขึ้น
ทหารม้าของกองทัพเสินเว่นที่แอบซ่อนตัวอยู่ในเงามืดถูกเป้าหมายพบตัว พวกเขาจึงเปิดฉากโจมตีทันที เสียงฝีเท้าหนักๆ เหยียบย่ำไปบนพื้น พื้นดินสั่นสะเทือนขึ้นมาอย่างชัดเจน
หนานเจิงถือกู่เจิงด้วยมือข้างเดียว กระโดดถอยไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว แต่กลับไม่สามารถหลบทหารม้าจำนวนมากที่พุ่งมาจากด้านข้างได้
เสียงกระแทกทึบๆ ดังขึ้น นางถอยจนมาถึงใต้หน้าผา ใบหน้าค่อนข้างขาวซีด
แผ่นยันต์ที่ถูกเสียงกู่เจิงตัดขาดลุกไหม้ขึ้นมา เปล่งแสงสว่างจางๆ ส่องสว่างพื้นที่รอบๆ
ทหารม้าของกองทัพเสินเว่ยอย่างน้อยหลายสิบนายปรากฏขึ้นตรงหน้านาง เงาดำแน่นขนัด คล้ายป่าหินอย่างไรอย่างนั้น
หนานเจิงมองทหารม้าที่อยู่ด้านหน้าสุดผู้นั้นอย่างไม่หวาดกลัว
ใบหน้าของหัวหน้ากองทหารม้าผู้นั้นแอบซ่อนอยู่ภายใต้หมวกเหล็ก มองเห็นแค่เพียงดวงตา สายตากระจ่างใส ดูแล้วอายุยังน้อย แต่กลับเย็นชาเป็นยิ่งนัก
สายตาหนานเจิงเลื่อนลงมา ก่อนจะมองเห็นว่าหัวหน้าทหารผู้นั้นสะพายกระบี่บินเอาไว้เล่มหนึ่ง
กระบี่บินเล่มนั้นถูกมัดเอาไว้อย่างแน่นหนา แผ่ไอเย็นจางๆ ออกมา เห็นได้ชัดว่าไม่ธรรมดา
หัวหน้าทหารม้าผู้นั้นหยิบเอาของวิเศษออกมา มองดูภาพเหมือนที่ปรากฏอยู่ในลำแสงนั้น ก่อนจะมองใบหน้าของหนานเจิงที่ถูกแสงสว่างส่อง จากนั้นกล่าวว่า “เจ้าเป็นนักฆ่