องเทพกระบี่ซีไห่
เขาเหมือนจะกำลังบอกว่าตัวเองดูแลสำนักได้ไม่ดี ปล่อยให้ในสำนักมีสวะอย่างซีหวังซุนและศิษย์ที่อยู่บนลานเมฆมากมายขนาดนี้ รู้สึกผิดเป็นยิ่งนัก เขาจะจัดการเก็บกวาดภายในสำนักด้วยตัวเอง
เขาสั่งให้ศิษย์สำนักกระบี่ซีไห่ถอยกลับไปยังเกาะให้หมด ห้ามรั้งอยู่ที่นี่อีก
ครั้นกล่าวจบ เสียงของเทพกระบี่ซีไห่ก็หายไป ลำแสงกระบี่สายนั้นก็หายตามไปด้วย
เหล่าศิษย์สำนักกระบี่ซีไห่ที่ขี่กระบี่ลอยค้างอยู่กลางอากาศสบตากัน ในใจรู้สึกสับสนเป็นยิ่งนัก สุดท้ายก็ไม่กล้าขัดคำสั่งของอาจารย์ ถูกผู้อาวุโสขั้นคเนจรสองคนนั้นพากลับไป
ถงหลูยังไม่จากไป เขายืนอยู่บนกระบี่ สีหน้าขาวซีด ดูแล้วช่างน่าสงสารยิ่งนัก
ลานเมฆแยกออกเป็นสองส่วน หน้าผาจำนวนมากพังถล่มลงมา ข่ายพลังถูกทำลาย ไม่มีสิ่งก่อสร้างใดที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์อีก
ศิษย์สำนักกระบี่ซีไห่และผู้ดูแลที่ยังอยู่บนภูเขาต่างก่นดาออกมาอย่างเจ็บใจและสิ้นหวัง ในนั้นมีเสียงร่ำไห้ดังขึ้นมาด้วย
ข่ายพลังพังทลาย พวกเขาย่อมไม่สามารถรอความตายอยู่ในลานเมฆ จึงพากันขี่กระบี่หนีออกไป เพียงพริบตา ลำแสงกระบี่ร้อยกว่าสายก็บินออกไปจากหน้าผา ส่องสว่างท้องฟ้ายามค่ำคืน
เมื่อเห็นภาพนี้ และได้ยินเสียงร่ำไห้ที่ดังมาแต่ไกล ปู้ชิวเซียวจึงถอนใจออกมา เขากล่าวกับเฉิงโหยวเทียนว่า “ไว้ชีวิตคนที่ยอมจำนนแล้วกัน”
เฉิงโหยวเทียนยกมือขวาขึ้นมากล่าวว่า “ข้าเองก็หวังว่าพวกเขาจะใจเย็นลง”
เมื่อเขาส่งส