ัญญาณมือ ลำแสงกระบี่และลำแสงอาวุธวิเศษร้อยกว่าสายก็พุ่งเข้าไปหาลานเมฆ เพียงพริบตาก็ยึดพื้นที่ทั้งหมดเอาไว้ได้ เพียงไม่นานก็เผชิญหน้ากับลำแสงกระบี่ร้อยกว่าสายนั้น
กั้วหนานซานเป็นศิษย์อันดับหนึ่งของชิงซาน อีกทั้งสภาวะยังสูงส่ง ย่อมต้องพุ่งออกไปอยู่ด้านหน้าสุด
กระบี่สีน้ำเงินที่อยู่ใต้เท้าเขาไม่รู้ว่าเป็นเพราะผ่านการซ่อมแซมมาแล้วครั้งหนึ่งหรือเปล่า ลำแสงกระบี่จึงมีสีทองจางๆ แซมอยู่ด้วย
ทันใดนั้นเอง เขามองเห็นภาพภาพหนึ่ง สีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย ก่อนจะรีบบินไปยังที่ที่หนึ่ง
มีลำแสงกระบี่สองสามสายที่บินออกมาจากลานเมฆ ทว่ากลับไม่ได้คิดที่จะหลบหนี หากแต่พุ่งเข้าไปหาถงหลูราวคนบ้า เห็นได้ชัดว่าต้องการเล่นงานเขา
แต่ในเวลานี้ถงหลูดันคล้ายเลอะเลือนไปเช่นกัน เขายืนเหม่อลอยอยู่บนกระบี่คล้ายวิญญาณหลุดออกจากร่าง มิได้รับรู้ถึงอันตรายที่กำลังเข้ามา
ยิ่งไปกว่านั้นกั้วหนานซานมองว่า ต่อให้เขารู้ตัว เขาก็คงไม่หลบอยู่ดี
กั้วหนานซานบินเข้าไปหาถงหลูอย่างรวดเร็ว สกัดการโจมตีเหล่านั้นเอาไว้
ศิษย์สำนักกระบี่ซีไห่สองสามคนนั้นใช้สายตาอาฆาตแค้นมองดูถงหลู มิได้พยายามที่จะโจมตีเขาอีก จากนั้นขี่กระบี่บินหนีไป แต่หนีไปไม่ได้ไกลก็ถูกลำแสงกระบี่สิบกว่าสายล้อมเอาไว้
ในท้องฟ้าที่อยู่รอบๆ ล้วนแต่เต็มไปด้วยเสียงฆ่าฟัน เสียงกระบี่ เสียงร้องโหยหวน
กั้วหนานซานยืนอยู่บนกระบี่ มองดูถงหลูพลางตะโกนเสียงดัง “เจ้ามีสติหน่อยสิ! คืนนี