้ถือเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว!”
ถงหลูใบหน้าซีดขาว เส้นผมที่ถูกน้ำทะเลซัดสาดจนเปียกดูคล้ายใบหลิวที่แห้งเหี่ยว ถงหลูมองกั้วหนานซานพลางกล่าว “ตอนที่เข้าร่วมการประลองวิถีพรตในปีนั้น พวกเรากินแพะย่าง ดื่มสุรา พูดคุยกันทั้งคืน แต่สุดท้ายมีข้าเพียงคนเดียวที่กลายเป็นคนโง่ พวกเจ้าปิดบังข้ามาตลอด ที่แท้สิ่งที่พวกเจ้าต้องการกำจัดก็คือสำนักซีไห่ของข้า”
กั้วหนานซานมีสีหน้าเศร้าใจ เขากล่าวว่า “พวกข้าปิดบังเจ้า เพราะเจ้าเป็นศิษย์ของซีไห่ แต่สิ่งที่พวกเราต้องการกำจัดมาโดยตลอดมิใช่ซีไห่ หากแต่เป็นปู้เหล่าหลิน”
ถงหลูกล่าวเสียงสั่น “แล้วมันต่างกันอย่างไรล่ะ? ซีไห่ก็คือปู้เหล่าหลิน…เจ้าคิดว่าอาจารย์ลงมือสังหารอาจารย์อา ทำลายลานเมฆด้วยตัวเอง แล้วคนทั้งโลกจะคิดว่าเรื่องนี้เป็นความผิดของอาจารย์อา ไม่เกี่ยวกับสำนักกระบี่ซีไห่อย่างนั้นหรือ?”
กั้วหนานซานนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “อย่างน้อยตอนนี้ทุกคนก็คิดเช่นนี้”
“แต่ข้าไม่ได้คิดเช่นนี้!”
ถงหลูพลันตะโกนออกมาอย่างโกรธแค้น “ตอนนั้นพวกเราเคยคุยกันหลายเรื่อง และเรื่องที่สำคัญที่สุดในนั้นก็คืออย่าทำเรื่องที่หลอกตัวเอง!”
กั้วหนานซานจ้องมองเขา มิได้กล่าวกระไรอีก จากนั้นขี่กระบี่บินจากไป
……………………………………