งจิ่วมองไปบนท้องฟ้า นิ่งเงียบไปครู่ จากนั้นจึงยื่นมือขวาออกมา
เจ้าล่าเยวี่ยเรียกกระบี่มิคำนึงออกมา
กระบี่มิคำนึงบินมาอยู่ข้างมือของจิ๋งจิ่ว
จิ๋งจิ่วคว้ากระบี่เอาไว้ ก่อนจะแทงมันเข้าไปในซอกหินเล็กๆ ซอกหนึ่งบนหน้าผา จากนั้นออกแรงบิดเบาๆ
เสียงแตกจำนวนมากดังขึ้น คล้ายเครื่องเคลือบสิบกว่าใบทยอยตกลงมาบนพื้นจนแตก ข่ายพลังปิดกั้นบนยอดเขาถูกคลายออก เจตน์กระบี่จำนวนนับหลายร้อยสายกลับมาในยอดเขา
เจ้าล่าเยวี่ยสีหน้าตกตะลึงเล็กน้อย เดินไปข้างกายเขา แหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน
พลังอันแข็งแกร่งสายนั้นยังคงแอบซ่อนอยู่ในท้องฟ้ายามค่ำคืน มิได้แสดงตัวออกมา
จิ๋งจิ่วมองไปยังที่หนึ่งบนท้องฟ้า มิได้กล่าวกระไร
ยอดไม้บนภูเขาถูกลมพัดโบก ส่งเสียงซ่าๆ เหล่าวานรมิได้ส่งเสียงร้อง เสียงจักจั่นหายไป ยิ่งดูเงียบสงัด
กู้ชิงและหยวนฉวี่มองแผ่นหลังของอาจารย์ทั้งสอง ในใจรู้สึกตื่นเต้นเป็นยิ่งนัก
พวกเขารู้ว่าในการต่อสู้ระดับนี้ ตัวเองยื่นมือเข้าไปช่วยก็มิได้มีประโยชน์อะไร
เวลาค่อยๆ เดินไป สถานการณ์ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง กระทั่งถึงช่วงเวลาหนึ่ง พลังสายนั้นพลันหายไป
กู้ชิงและหยวนฉวี่ไม่แน่ใจ ยังคงรอคอยอย่างวิตกกังวล
“ไปแล้ว”
จิ๋งจิ่วหมุนตัวเดินเข้าไปในถ้ำ
เจ้าล่าเยวี่ยมองดูแผ่นหลังของเขา คิดอยากจะเตือนเขาสักสองสามประโยค แต่สุดท้ายก็มิได้พูดอะไร
ในที่สุดกู้ชิงและหยวนฉวี่ก็วางใจ เวลานี้พวกเขาถึงได้รู้ว่าขาของตัวเองอ่อน