เปลี้ย เสื้อผ้าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
ในส่วนลึกของถ้ำมีตั่งหยกเหมันต์อยู่ตัวหนึ่ง แผ่ไอเย็นจางๆ ออกมา
อาจเป็นเพราะไม่ชอบความหนาวเย็น จิ๋งจิ่วจึงไม่เคยพักผ่อนที่นี่ เขาแทบจะไม่เข้ามาในนี้เลยด้วยซ้ำ
เขาเดินไปถึงหน้าตั่งหยกเหมันต์ มองดูแมวขาวที่นอนกอดจักจั่นเหมันต์
จักจั่นเหมันต์รับรู้ได้ถึงเจตจำนงของเขา มันมุดออกมาจากอุ้งเท้าแมวอย่างระมัดระวัง ก่อนจะคลานเข้าไปในมุมมุมหนึ่ง
แมวขาวรู้สึกได้ มันยื่นอุ้งเท้าขวาไปตะปบเอาไว้ แต่กลับตะปบเจอความว่างเปล่า จึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา จากนั้นมองไปรอบด้านอย่างสับสน
จักจั่นเหมันต์หลบอยู่ในมุม เนื้อตัวสั่นเทิ้ม
มันย่อมต้องกลัวแมวขนยาวตัวนี้อย่างมาก แต่มันกลับยิ่งไม่กล้าขัดขืนเจตจำนงของจิ๋งจิ่ว
“ไม่ต้องแสร้งแล้ว”
จิ๋งจิ่วมองดูมันพลางกล่าว “ทุกครั้งที่เจ้าออกมาจากถ้ำ ข่ายพลังปิดกั้นก็จะทำงาน นอกจากหลิ่วฉือและหยวนฉีจิงแล้ว ไม่มีใครที่จะมองเห็นเจ้าได้”
แมวขาวมองดูเขาอย่างเงียบๆ ไหนเลยยังจะมีความรู้สึกสับสนอีก ในดวงตาไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ
“ข้าใช้เวลาสามปีวางแผนนี้ แต่ผลสุดท้ายเขากลับไม่ยอมลงมือ”
ตอนแรกที่ถ้ำปลอมของจิ่งหยางเปิดออก จิ๋งจิ่วได้สรุปแล้วว่าในใจของฟางจิ่งเทียนมีผี[1] อยู่
หลังจากนั้นในสวนดอกเหมยเก่าที่เมืองเจาเกอ การที่เทียนจิ้นเหรินลงมือกับเขาก็คือหลักฐานยืนยัน
ฟางจิ่งเทียนมองว่าเขาและเจ้าล่าเยวี่ยกำลังสืบเรื่องที่นักพรตจิ่งหยางบรรลุกลายเป็นเซียน อย่างน