นท้องฟ้ายามค่ำคืนคู่นั้นมิได้ดูลึกซึ้งจนยากคะเนเหมือนเมื่อก่อน หากแต่เต็มไปด้วยความรู้สึกเย้ยหยัน
ปู้ชิวเซียวพลันเข้าใจขึ้นมาทันที เขาตะโกนบอกเหล่าผู้บำเพ็ญพรตที่อยู่ใกล้ๆ “ถอยออกไป!”
สิ้นเสียงตะโกน
ลำแสงกระบี่สายนั้นก็พุ่งกลับมายังโลกมนุษย์
เสียงฟิ้วดังขึ้น
ท้องฟ้าคล้ายถูกผ่าจนเปิดออกเป็นรู
ลำแสงกระบี่สายหนึ่งที่รวดเร็วดุจสายฟ้าตกลงมาพร้อมกับแสงดาว ส่องสว่างลานเมฆทั้งลาน
ในท้องฟ้ายามค่ำคืนที่อยู่รอบลานเมฆมีเสียงอุทานตกใจดังขึ้นมานับไม่ถ้วน
เพราะทุกคนได้เห็นภาพที่น่าเหลือเชื่อ
……
……
ชิงซานเงียบสงบ
ข่ายพลังปิดลง สายฟ้าที่อยู่เหนือยอดเขาปี้หูก็หายไป แล้วก็ไม่มีภาพพายุฝนให้เหล่าหญิงสาวบนยอดเขาชิงหรงได้ดูเหมือนอย่างปกติ
นอกจากเจ้าแห่งยอดเขาอย่างหนานว่าง แล้วก็ผู้อาวุโสกับศิษย์ที่เก็บตัวบำเพ็ญเพียรแล้ว ศิษย์ชิงซานที่มีสภาวะตั้งแต่ขั้นมิประจักษ์ขึ้นไปล้วนแต่ไปยังทะเลตะวันตก
ส่วนศิษย์ที่มีสภาวะต่ำกว่าขั้นมิประจักษ์ถึงแม้จะไม่รู้รายละเอียดของเรื่องราว แต่ก็คาดเดาได้ว่าน่าจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น บ้างก็รู้สึกเป็นห่วง บ้างก็รู้สึกกระวนกระวาย ไม่มีใจที่จะฝึกกระบี่เลย
ในยอดเขาทั้งเก้าเงียบสงบ ยอดเขาเสินม่อเองก็เช่นเดียวกัน ยอดจากเสียงเดือดของน้ำชาที่อยู่ในกาแล้วก็ไม่มีเสียงอื่นอีก
จิ๋งจิ่วนอนอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ มือยกถ้วยชาขึ้นมา สายตาทอดมองไกลออกไปพลางจิบชา ไม่รู้กำลังครุ่นคิดอะไรอยู่
เจ้าล่าเยว