กสองคนมองเขาแบบนี้
ปลายยอดเขาสงบเงียบเป็นเวลานาน
จิ๋งจิ่ววางถ้วยชาลง
กู้ชิงรีบรับเอาไว้
จิ๋งจิ่วรู้สึกจนปัญญา กล่าวว่า “เรื่องนี้มันยาว เล่าแล้วเหนื่อย”
หยวนฉวี่ส่งเสียงโห่ร้องดีใจ รีบวิ่งเข้าไปในถ้ำ ยกเบาะผ้าไหมออกมาสามใบ
เจ้าล่าเยวี่ยส่งสายตาบอกว่าตัวเองไม่เอา นางบอกให้จิ๋งจิ่วเขยิบไปหน่อย จากนั้นนั่งลงไปบนเก้าอี้ไม้ไผ่
แมวขาวไม่สนใจ หากแต่กอดจักจั่นเหมันต์แล้วหลับต่อ
เรื่องราวที่เกิดขึ้นเหล่านั้นมันรู้เรื่องหมดแล้ว เหตุใดต้องฟังอีกรอบ
“เรื่องราวนี้มันเริ่มขึ้นแบบนี้”
จิ๋งจิ่วกล่าว
……
……
เมื่อนานมาแล้ว มีเรื่องลำหนึ่งล่องมาจากทะเล บนเรือบรรทุกเครื่องเทศ อัญมณีและหินผลึกมาเต็มลำ แล้วก็ยังมีเด็กหนุ่มคนหนึ่ง
เด็กหนุ่มคนนั้นมีนามว่าหนานชวี ว่ากันว่าเป็นองค์ชายของอาณาจักรเล็กๆ แห่งหนึ่งทางทะเลใต้ เดินทางหมื่นลี้มายังแผ่นดินเฉาเทียนเพื่อจะเข้ามาเป็นศิษย์สำนักชิงซาน เขามีพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียรที่ยอดเยี่ยม จึงเข้ามาเป็นศิษย์ในสำนักได้อย่างง่ายดาย ในงานชุมนุมเฉิงเจี้ยนก็ถูกยอดเขาต่างๆ แย่งตัว แต่เขากลับไม่ยินดีไป บอกแค่เพียงว่าจะขอเป็นศิษย์ท่านนักพรตเต้าหยวนซึ่งเป็นเจ้าสำนักในเวลานั้นเท่านั้น นักพรตเต้าหยวนบอกว่าเขาจิตใจโหดเหี้ยมเกินไป อย่าว่าแต่จะรับเขาเป็นศิษย์เลย ต่อให้จะฝึกกระบี่ของชิงซานก็ยังไม่เหมาะสม จากนั้นบอกว่ายินดีจะแนะนำให้เขาไปบำเพ็ญเพียรที่วัดกั่วเฉิง
หนานชวีย่อมไม่ยินยอม