บนผิวทะเลเกิดคลื่น เป็นสีดำสนิท ด้านล่างคล้ายมีสัตว์ประหลาดอะไรบางอย่างแอบซ่อนตัวอยู่ ทำให้คนรู้สึกได้ถึงแรงกดดันอย่างไม่มีเหตุผล ทำเอาบางคนถึงขนาดรู้สึกหายใจไม่ออก
เป็นเวลาครู่ใหญ่ที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะผู้คนไม่รู้ว่าควรจะตอบคำถามซีหวังซุนอย่างไร
เสียงของปู้ชิวเซียวดังขึ้นมา
“ในเรือนอี้เหมามักจะใช้แต่พู่กัน หมึก กระดาษ และที่ฝนหมึก นอกจากเวลาทำกับข้าวแล้ว ไม่เคยใช้มีดมาก่อน”
เขาบินมาตรงหน้าซีหวังซุน มองดูอีกฝ่ายพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เจ้าน่าจะรู้ดี ข้าไม่เคยซื้อมีดจากเจ้ามาก่อน ในเรือนก็น่าจะไม่เคยมีใครซื้อมีดจากเจ้าด้วย อย่างนั้นข้ามีสิทธิ์ที่จะถามเจ้าหรือเปล่า?”
ซีหวังซุนมองดูเขา ยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าว “ถึงแม้ข้าจะไม่มีหลักฐาน แต่ข้ารู้ว่าพวกเจ้าเรือนอี้เหมามิได้สะอาดขนาดนั้น”
ปู้ชิวเซียวกล่าวอย่างเฉยชา “ไม่มีหลักฐาน เช่นนั้นก็อย่าได้พูดถึง มิเช่นนั้นเมื่อสิบปีก่อนพวกเราคงมาอยู่ตรงนี้แล้ว ไยต้องรอจนถึงวันนี้”
ซีหวังซุนกล่าวเยาะเย้ย “พูดมีเหตุผล ปู้เหล่าหลินคงอยู่มาเนิ่นนานหลายปี เหตุใดพวกเจ้าสำนักฝ่ายธรรมะถึงไม่เคยสนใจมาก่อน เหตุใดต้องมาลงมือในเวลานี้? มันก็แค่ข้ออ้างที่จะจัดการสำนักกระบี่ซีไห่ของข้าเท่านั้นแหละ”
“โลกแห่งการบำเพ็ญพรตยังคงเป็นโลกมนุษย์ ยากที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเรื่องเลวทรามต่ำช้าได้ เหตุผลที่ปู้เหล่าหลินคงอยู่มาเป็นเวลานานหลายปี ทุกคนต่างรู้ดี ปัญ