หาอยู่ที่ว่าเมื่อสิบกว่าปีก่อนหลังจากที่เจ้าปรากฏตัว วิถีของปู้เหล่าหลินก็ยิ่งเลวร้ายจนเกินจะรับได้ ไม่เพียงแต่จะจับมือกับพรรคมาร แต่ยังหวังจะสอดมือเข้าไปยุ่งเรื่องสงครามระหว่างราชสำนักและแคว้นเสวี่ย และที่ไม่น่าให้อภัยยิ่งกว่านั้นก็คือพวกเจ้ากล้าไปจับมือกับมารชั่วเผ่าหมิง แล้วพวกข้ายังจะปล่อยให้เจ้ามีชีวิตอยู่ต่อได้อย่างไร?”
ปู้ชิวเซียวตอบคำถามของซีหวังซุนจบก็มิได้กล่าวกระไรอีก เขามองไปทางถงหลูและศิษย์สำนักกระบี่ซีไห่ ก่อนกล่าวว่า “มอบคน ยอมแพ้”
ผู้อาวุโสขั้นคเนจรสองคนของสำนักกระบี่ซีไห่สบตากัน เตรียมจะพูดอะไรบางอย่าง
ถงหลูมองดูเหล่าผู้อาวุโสของสำนักต่างๆ ก่อนจะตะโกนเสียงดังว่า “ไม่ได้! ที่นี่คือพื้นที่ของสำนักกระบี่ซีไห่! ต่อให้เรื่องราวเป็นอย่างที่พวกท่านว่าจริง พวกท่านก็ควรจะให้อาจารย์ข้าเป็นคนจัดการ ไม่ใช่มาบีบบังคับเหมือนอย่างวันนี้! พวกท่านทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกันแน่? คิดจะทำลายสำนักของข้าอย่างนั้นหรือ!”
ปู้ชิวเซียวมิได้สนใจเขา สายตามองไปทางส่วนลึกของทะเลที่อยู่ห่างออกไป
สถานการณ์ในวันนี้จะดำเนินไปในทิศทางใด เขาพอจะคาดเดาได้บ้างแล้ว แต่จนถึงตอนนี้คนผู้นั้นก็ยังไม่ออกมา ไม่ว่าใครก็ไม่อาจมั่นใจได้
ทันใดนั้นพลันมีลำแสงกระบี่พุ่งมาจากทะเลด้านนั้น
ในที่สุดก็มาแล้ว
ปู้ชิวเซียวเลิกคิ้วเล็กน้อย
ลำแสงกระบี่สายนั้นพุ่งมารวดเร็วอย่างมาก เพียงแค่พริบตาก็มาจากส่วนหนึ่งของทะเลมาถึงท