ี่มาเหล่านั้นจากลำแสงกระบี่ของพวกเขาได้
เขาพอจะคาดเดาได้ว่าสำนักกระบี่ซีไห่คิดจะทำอะไร จึงแผ่จิตจำแนกสายหนึ่งขึ้นไปยังที่หนึ่งบนท้องฟ้าที่อยู่สูงขึ้นไป
ไม่นานลำแสงกระบี่เหล่านั้นก็มาถึงหน้าลานเมฆ
คนที่เป็นผู้นำคือถงหลู แล้วยังมีผู้อาวุโสขั้นคเนจรอีกสองคน ที่เหลือล้วนแต่เป็นศิษย์วัยเยาว์
เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์นี้ เฉิงโหยวเทียนและคนอื่นๆ ต่างรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
หลายปีมานี้สำนักกระบี่ซีไห่โดดเด่นเป็นอย่างมาก ถึงแม้นรากฐานจะเป็นรองสำนักใหญ่ๆ แต่ก็คงไม่ถึงกับส่งผู้อาวุโสขั้นแหวกทะเลออกมาไม่ได้แม้แต่คนเดียว
ถงหลูเป็นศิษย์ของเทพกระบี่ ชื่อเสียงโด่งดัง แต่สุดท้ายแล้วก็ยังเป็นเพียงศิษย์หนุ่มคนหนึ่ง
ไม่มีการทักทาย แล้วก็ไม่มีการคารวะต่อผู้อาวุโส
เมื่อเห็นภาพที่อยู่ตรงหน้า ถงหลูโกรธเกรี้ยวเป็นยิ่งนัก เขาตะโกนเสียงดังว่า “พวกท่านคิดจะทำอะไร!”
ปู้ชิวเซียว เฉิงโหยวเทียนและคนอื่นๆ ย่อมไม่มีทางตอบเขา
กั้วหนานซานขี่กระบี่มาถึง มองดูถงหลูที่กำลังโกรธเกรี้ยว สีหน้าเผยให้เห็นความรู้สึกสงสาร
จากข้อมูลที่หลิ่วสือซุ่ยส่งกลับมา เขามั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่รู้เรื่องนี้
“สหายถงหลู เจ้าดูนี่ก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
กั้วหนานซานผายมือ เผยให้เห็นไข่มุกเม็ดหนึ่ง
มีเสียงอุทานตกใจจำนวนมากดังมาแต่ไกล
ของวิเศษประจำสำนักจงโจว
ไข่มุกคืนสวรรค์!
……………………………..