นัก มายืนอยู่ในหุบเขาหน้าตำหนัก รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของพลังฟ้าดิน บนใบหน้าหน้ามีสีหน้าตกใจปนสงสัย
เผยหย่วนคือเจ้าตำหนักสิงถางของสำนักอู๋เอินเหมิน
อีกสถานะหนึ่งของเขาคือพี่ชายแท้ๆ ของเผยไป๋ฟ่า เพียงแต่ใบหน้าเขาดูอ่อนเยาว์กว่าเผยไป๋ฟ่ามากนัก เส้นผมส่วนใหญ่ยังคงเป็นสีดำอยู่
เขารีบวิ่งมาที่หน้าตำหนักใหญ่ ด้วยคิดอยากจะเข้าไปดู แต่กลับถูกผู้อาวุโสหลายคนห้ามเอาไว้
“ข้าเป็นห่วงว่าเจ้าสำนักเกิดเรื่องหรือเปล่า”
สีหน้าของเผยหย่วนร้อนใจเป็นยิ่งนัก
เพราะนั่นคือน้องชาย สัมพันธ์ย่อมลึกซึ้ง
ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าวด้วยสีหน้าราบเรียบ “วันนี้เจ้าสำนักมีเรื่องสำคัญต้องทำ ห้ามมิให้ผู้ใดรบกวน ขอท่านเจ้าตำหนักเผยโปรดใจเย็นก่อน”
เผยหย่วนได้ฟังเช่นนี้ยิ่งรู้สึกตกใจ ในใจครุ่นคิดน้องชายบาดเจ็บสาหัสมาหลายปี ดูแล้วใกล้จะไม่ไหว แต่กลับยังจะทำเรื่องใหญ่อะไรอีก?
ที่สำคัญกว่านั้นก็คือเหตุใดเขาถึงไม่รู้เรื่องอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว?
นกกระเรียนที่สลักนูนอยู่บนบันไดหินรับรู้ได้ถึงพลังที่ส่งออกมาจากในตำหนัก จึงเปล่งแสงออกมา ราวกับกำลังคืนชีพอย่างไรอย่างนั้น
อสูรหินที่อยู่บนชายหลังคามองไปบนท้องฟ้า คล้ายกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง
ในส่วนลึกของตำหนัก แสงสว่างบนถาดทรายส่องสว่างใบหน้าเผยไป๋ฟ่าและดวงคาที่มืดบอดมาเป็นเวลานานหลายปีคู่นั้น
ลมพัดขึ้นมา
เส้นผมปลิวไหว
กระบี่เล่มหนึ่งพุ่งออกไป ทะลุหลังคาตำหนัก กลายเป็นลำแสงสายหนึ่งหายว