แล้วก็ได้พักผ่อนไปครู่หนึ่ง อาการบาดเจ็บของเขาก็ดีขึ้นมาหน่อย ที่สำคัญคือปราณกระบี่ฟื้นฟูกลับมาไม่น้อย น่าจะสามารถขี่กระบี่ได้
เสี่ยวเหอตรวจสอบร่างกายตัวเอง ก่อนมั่นใจว่าอาการบาดเจ็บไม่ได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน แต่น่าจะสามารถเคลื่อนไหวได้ไม่มีปัญหา จึงพยักหน้า
หลิ่วสือซุ่ยพยุงนางเดินไปตรงหน้าผา กล่าวว่า “เมื่อครู่ตอนที่ข้าบอกว่าคุณชายและเจ้าล่าเยวี่ยมีความลับมากมาย เจ้าหงุดหงิดข้าใช่หรือไม่?”
เสี่ยวเหอคิดในใจ เจ้ารู้ด้วยอย่างนั้นหรือ
หลิ่วสือซุ่ยกล่าว “ความจริงข้ายังมีอีกความลับหนึ่ง”
เสี่ยวเหอคิดในใจ เอาอีกแล้วหรือ?
“แต่ความลับนี้เป็นของข้า ดังนั้นข้าสามารถบอกเจ้าได้”
หลิ่วสือซุ่ยพานางเดินเข้าไปในป่าที่อยู่ด้านข้าง ก่อนจะผิวปากออกมา
กระบี่บินเล่มนั้นได้ยินเสียง จึงกลับมาข้างกายเขา ปลายกระบี่สั่นไหวเบาๆ มันเหลียวกลับไปมองเป็นระยะๆ คล้ายยังอยากจะอยู่ตรงนั้น
หลิ่วสือซุ่ยเดินไปตรงพื้นภายในป่าที่ปูดนูนขึ้นมาเล็กน้อย มือขวายื่นออกมา ดินถูกแหวกออก เผยให้เห็นกระบี่เล่มหนึ่งที่อยู่ด้านใน
กระบี่เล่มนั้นมีรูปร่างเรียวยาว กลิ่นอายดูเยือกเย็นอึมครึม เพียงแค่ดูก็รู้ว่ามิใช่กระบี่ธรรมดาอย่างแน่นอน
กระบี่พรหมจรรย์
ในอดีตตอนที่อยู่ในวังยามค่ำคืน จินหมิงเฉิงได้มอบกระบี่เล่มนี้ให้แก่เจ้าล่าเยวี่ย จากนั้นนางก็มอบมันให้แก่หลิ่วสือซุ่ยตอนอยู่ที่เมืองกุ้ยอวิ๋น
ในอีกแง่หนึ่งแล้ว ลั่วไหวหนานตายด้วยกระบี่เล่มนี