างยิ่ง
เพียงไม่นาน เสี่ยวเหอก็ลืมตาตื่นขึ้นมา ดูมีเรี่ยวแรงขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ สีหน้าเองก็มิได้ขาวซีดขนาดนั้นแล้ว
“มีเรื่องหนึ่งที่ข้าอยากจะถามเจ้าหน่อย”
หลิ่วสือซุ่ยลังเลเล็กน้อย ก่อนกล่าวถามว่า “ตอนนั้นคนที่ให้เจ้ามาช่วยข้าคือจิ๋งจิ่วใช่หรือไม่?”
เสี่ยวเหอมองดูดวงตาของเขา คิดในใจว่าหรือว่าเจ้าไม่รู้?
นางกล่าวว่า “เขานั่นแหละ ข้าเพียงแต่แปลกใจว่าเหตุใดตอนนั้นเขาถึงได้รู้ว่าเจ้าจะเข้าไปยังปู้เหล่าหลิน?”
หลิ่วสือซุ่ยอธิบายอย่างจริงจัง “เพราะคุณชายเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในโลก”
เสี่ยวเหอครุ่นคิดว่าอีกไม่นานจะได้เจออีกฝ่ายในชิงซาน จึงเกิดความรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาเล็กน้อย นางอยากรู้เกี่ยวกับเขาให้มากขึ้น จึงกล่าวถามว่า “นอกจากเรื่องฉลาดแล้ว? เขาเป็นคนอย่างไรกันแน่?”
หลิ่วสือซุ่ยครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะกล่าวข้อสรุปของตัวเองออกมา “คุณชายเป็นคนดี”
เขาคิดว่ากระทั่งศัตรูหรือว่าคนเลวอย่างลั่วไหวหนานยังบอกว่าคุณชายเป็นคนดี เช่นนั้นการวิเคราะห์ของตนเองจะต้องไม่มีทางผิดแน่นอน
เสี่ยวเหอพอคิดถึงจิ๋งจิ่ว ตรงหัวไหล่ของตัวเองก็รู้สึกเจ็บขึ้นมา คล้ายว่ากระบี่เหล็กที่เย็นยะเยือกเล่มนั้นยังคงแทงอยู่ข้างใน ไหนเลยจะเชื่อคำพูดของหลิ่วสือซุ่ยได้ จึงกล่าวอย่างหงุดหงิดว่า “เย็นชาไร้ความรู้สึกเช่นนี้ถือเป็นคนนี้อย่างนั้นหรือ? สำหรับข้าแล้วเขาคือคนเลว”
หลิ่วสือซุ่ยส่ายศีรษะพลางกล่าว “คุณชายมิใช่คนเลว เขาเป็นคนดี”
เสี่