……
ในเสียงร้อยโหยหวน ซ่งเชียนจีเรียกอาวุธวิเศษออกมา ก่อนจะบินขึ้นไป เลือดสดๆ หยดเป็นทาง
กระบี่เครื่องเคลือบเล่มนั้นลอยค้างกลางอากาศ มิได้ไล่ตาม
เหอเว่ยมองดูฝนโลหิตนั้น สายตาเย็นยะเยือก
ร่างกายซ่งเชียนจีถูกแทงทะลุ ต้นไม้แห่งเต๋าและโอสถกระบี่ล้วนถูกทำลายจนสิ้น ไหนเลยจะยังมีชีวิตรอดไปได้ บินไปไม่กี่สิบจ้างก็ร่วงตกลงมาที่พื้น หมดลมหายใจ
เหอเว่ยสะบัดแขนเสื้อ สะเก็ดไฟจำนวนมากลอยออกไป แปรเปลี่ยนเป็นเปลวไฟร้อนแรง เพียงพริบตาก็เผาไหม้ศพของซ่งเชียนจีจนกลายเป็นเถ้าถ่าน
หุบเขาสีเลือดที่อยู่ห่างออกมาหลายสิบลี้ยังคงเงียบสงบ คนที่อยู่ในสำนักเสวียนอินน่าจะสังเกตเห็นถึงความเคลื่อนไหวตรงนี้แล้ว แต่ไม่มีใครออกมาดู
ในสำนักเสวียนอินตอนนี้ยากจะหาผู้แข็งแกร่งที่สามารถต่อกรกับเหอเว่ยแบบซึ่งๆ หน้าได้
เหอเว่ยสะบัดแขนเสื้อ เหยียบอากาศบินขึ้นไป ไม่นานก็ขึ้นไปอยู่บนท้องฟ้าที่สูงอย่างมาก หุบเขาสีแดงเลือดนั้นกลายเป็นเส้นสีแดงในสายตาเขา ภูเขาเหลิ่งซานอันกว้างใหญ่ไพศาลอยู่ใต้เท้า
บนท้องฟ้าทางตะวันออกมีลำแสงที่ดูคล้ายหยกปรากฏขึ้นมา ไอพลังดูห่างไกลและลึกลับ ยากจะรับรู้ถึงความตื้นลึกของสภาวะได้
เหอเว่ยค่อยๆ หรี่ตา มองไปทางด้านนั้นพลางคารวะ “คารวะท่านนักพรตไป๋”
“สหายเหอไม่ต้องมากพิธี”
ในลำแสงที่ดูเหมือนหยกมีเสียงที่อ่อนโยนดังขึ้นมา
เหอเว่ยมิได้กล่าวกระไรอีก เขานั่งขัดสมาธิอยู่บนเมฆ หลับตาแล้วเริ่มปรับลมปราณ
เหลิ่งซานย