้นจึงได้มาสร้างสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยขึ้นที่นี่
แผ่นดินเฉาเทียนเงียบสงบมาเป็นเวลาสองร้อยกว่าปี ร่องรอยความเคลื่อนไหวของเผ่าหมิงดูน้อยลงไปอย่างเห็นได้ชัด ในช่วงเวลาหลายสิบปีมานี้เทียบจะเรียกได้ว่าเงียบหายไปเลย
บ่อผ่านฟ้าเองก็เงียบสงบมาหลายปี
วันหนึ่งในฤดูใบไม้ผลิ จู่ๆ ความเงียบสงบนี้ก็ถูกทำลายลง
ศิษย์สำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยสิบกว่าคนคุ้มกันเกี้ยวเล็กผ้าม่านสีเขียวหลังหนึ่งบินมาที่นี่ ภายในเกี้ยวคือผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ย
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เมฆสีทองยามเช้าก็ปรากฏขึ้นมา เรือดอกบัวค่อยๆ ลอยลงมา เจ้าอาวาสวัดกั่วเฉิงและไต้ซือตู้ไห่แห่งอารามหลี่ว์ถังก็พาสมณะวัดกั่วเฉิงสิบแปดรูปมายังข้างบ่อผ่านฟ้า
เสียงสวดมนต์ดังขึ้นเบาๆ สะท้อนไปมาอยู่ในหุบเขาที่เขียวขจี
บทสวดที่เปล่งประกายสีทองจางๆ รวมกันกลายเป็นตาข่ายที่ดูเหมือนผ้ากาสาวพัสตร์ค่อยๆ ลอยลงไปยังก้นบ่อ
ภายในบ่อผ่านฟ้ามีเสียงซู่วๆ ดังนั้นมานับไม่ถ้วน คล้ายกับดาบที่ถูกเผาจนกลายเป็นสีแดงถูกน้ำเย็นๆ รดลงไป
ไม่รู้ว่าดวงวิญญาณเร่ร่อนจำนวนมากน้อยเท่าไรที่ต้องตายลงไปในพริบตา
ไอพลังที่มืดมนและเย็นยะเลือกสายนั้นค่อยๆ จมหายลงไป จนกระทั่งไม่สามารถรับรู้ถึงมันได้อีก
………………………