่องนั้นน่าจะเป็นเรื่องการตายของลั่วไหวหนาน
เยาซงซานอยู่ในอันดับที่สิบเอ็ดของยอดเขาเหลี่ยงว่าง เขาย่อมต้องรู้ว่าตนเองมิใช่คู่มือถงหลู เมื่อได้ยินเช่นนี้ก็มิได้โกรธอะไร
“สำหรับข้าแล้ว สหายถงก็มิใช่คู่มือของอาจารย์อาเล็กของข้าเช่นกัน เช่นนั้นไยต้องวุ่นวาย?”
ถงหลูไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขา หมุนตัวเดินไปทางตำหนักใหญ่
จิ๋งจิ่วไม่ยอมรับคำท้า เขาจะทำอะไรได้?
เยาซงซานมองดูแผ่นหลังของเขาพลางส่ายศีรษะ ก่อนกล่าวว่า “คิดว่าอาจารย์อาจิ๋งจะรับคำท้าของเขา ช่างเพ้อฝันจริงๆ”
“ใช่เพ้อฝันที่ไหนกัน นี่มันปัญญาอ่อนชัดๆ”
“ถูกต้อง คนเกียจคร้านอย่างอาจารย์อาเล็ก จะมาเปลืองแรงเสียเวลากับเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร เคยเห็นเขาประลองกระบี่กับใครไหมล่ะ?”
หากเปลี่ยนเป็นศิษย์ชิงซานคนอื่น การที่ไม่รับคำท้าของถงหลูจะต้องโดนมองว่าเป็นคนขี้ขลาด จะต้องถูกเพื่อนร่วมสำนักดูถูกอย่างแน่นอน
แต่คนผู้นั้นคือจิ๋งจิ่ว เช่นนั้นก็ไม่มีทางได้รับการดูถูกใดๆ เพราะศิษย์ชิงซานทุกคนต่างรู้ว่าเขามิใช่คนเช่นนั้น หากแต่เป็นคนเช่นนี้
ศิษย์คนหนึ่งพลันคิดถึงเรื่องเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ จึงกล่าวว่า “มีสิ ในงานชุมนุมซื่อเจี้ยนครั้งนั้น อาจารย์อาเล็กเอาชนะได้ติดต่อกันตั้งสามครั้ง”
“นั่นเป็นเพราะหลิ่วสือซุ่ย”
เมื่อได้ยินชื่อนี้ เสียงพูดคุยพลันหายไปทันที
ต่างคนต่างแยกย้าย
……
……
เงาขนาดใหญ่บนผิวทะเลดูคล้ายกำลังโบยบินอย่างเชื่องช้า แต่ความจริงแล้วกลับรวด