หล่านี้ไม่มีอะไรให้ต้องเป็นกังวลจริงๆ ขอเพียงขยับตัวเคลื่อนไหวสักครู่หนึ่งก็จะดีขึ้น
กู้ชิงยังคงไม่วางใจ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมให้เขาออกไปเดินข้างนอกในเวลากลางคืนคนเดียว
จิ๋งจิ่วจึงได้แต่ต้องให้เขาตามตัวเองออกไป
กู้ชิงส่งสายตาบอกเด็กหนุ่มแซ่หยวนให้เฝ้าในถ้ำเอาไว้ ส่วนตัวเองพยุงจิ๋งจิ่วเดินออกไปข้างนอกถ้ำ
ศิษย์สำนักจงโจวหลายคนกำลังตรึงข่ายพลังอยู่ด้านนอกถ้ำ เมื่อเห็นจิ๋งจิ่วจึงรีบลุกขึ้นทำการคารวะ
กู้ชิงพยุงจิ๋วจิ่วเดินผ่านอุโมงค์ขึ้นไป ก่อนจะมาถึงที่ราบหิมะด้านบน
ผู้บำเพ็ญพรตหนุ่มสาวที่เข้าร่วมการประลองวิถีพรตเหล่านั้นมองเห็นเขา ต่างพากันลุกขึ้นยืน
นี่คือการแสดงความเคารพต่อจิ๋งจิ่ว
ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องราวที่ลั่วไหวหนานบอกเล่ามา เพียงแค่เขามีชีวิตอยู่รอดในหมอกอันหนาวเย็นที่น่ากลัวเช่นนี้ได้ถึงหกปี มันก็คู่ควรแก่การที่ทุกคนจะเคารพเขาแล้ว
สิ่งที่ทำให้ผู้บำเพ็ญพรตหนุ่มสาวเหล่านี้ยิ่งตกตะลึงก็คือหลังถูกช่วยออกมา จิ๋งจิ่วยังคงดูสงบนิ่งถึงเพียงนี้ คล้ายมิได้แยแสต่อความทุกข์ยากใดๆ เลย จิตใจเช่นนี้มีใครบ้างไม่นับถือ?
สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ จิ๋งจิ่วเคยชินกับการใช้ชีวิตตัดขาดจากโลกภายนอกเช่นนี้ที่สุดแล้ว ในทางกลับกัน ความคึกคักวุ่นวายในคืนนี้กลับทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยชิน
พวกเขาเดินมาถึงที่หนึ่งบนที่ราบหิมะ รอบข้างไม่มีคน ก้อนเมฆกระจายตัวออกอย่างน่าประหลาด แสงดาวสาดส่องลงมาบนพื้น พื้นสีขาวส่